เสธ.แดงเลื่อนเข้าพบตำรวจ
ล่าสุด พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 24 มกราคมว่า ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแล้วในวันนี้ แต่คง ต้องขอเลื่อนการเข้ารายงานตัวออกไปก่อน เนื่องจากต้องเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จ.พิษณุโลก ส่วนจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อใด คงต้องดูความเหมาะสมก่อน ตอนนี้ยังไม่ สามารถบอกได้
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปรามออกหมายเรียกพล.ต.ขัตติยะ ข้อหาร่วมกันมีอาวุธ ปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7,8,38,72 และ74 และพ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา15 และ42 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83 หลังเข้าตรวค้นบ้านพักภายในกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน.4 ร.อ.) ย่าน เกียกกาย พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการยิงระเบิดเอ็ม79 เข้าไปในกองบัญชาการกองทัพบกใกล้ห้องพักพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
ผบก.ป.ยันยังไม่ได้รับติดต่อ ?
ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาท รักษาราชการแทน ผบก.ป.กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.ขัตติยะ ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานติดต่อจาก พล.ต.ขัตติยะ ว่า จะเดินทางเข้า มอบตัววันไหนและเวลาใด แต่ได้เตรียมพนักงานสอบสวนไว้พร้อมแล้ว หากมาพบเมื่อไร ก็แจ้งข้อ หาและสอบปากคำได้ทันที
ส่วนการตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้ภายในบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ รวมทั้ง บ้านพักของลูกน้องทหารนั้น จะเกี่ยวข้องกับคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม79 ยิงใส่อาคารในกองบัญชา การกองทัพบก หรือคดีลอบยิงสถานที่ต่างๆที่ผ่านมาหรือไม่นั้น พ.ต.อ.สุพิศาล กล่าวเพียงว่า คง ต้องรอสอบปากคำ พล.ต.ขัตติยะ เสียก่อน
บก.ทบ.ลงบันทึกประจำวันแล้ว
วันเดียวกัน พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.นางเลิ้ง เผยว่า กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) ได้ส่งนายทหารเป็นตัวแทนเข้าแจ้งความ กรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม79 ยิงใส่อาคาร ในกองบัญชาการกองทัพบกแล้วในวันที่มีการบุกตรวจค้นบ้าน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณ วุฒิกองทัพบก แต่ในการแจ้งความดังกล่าว เป็นการแจ้งให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ ไม่ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จึงไม่ได้เข้าตรวจสอบร่องรอยในที่เกิดเหตุ โดย ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตทหาร ทหารสามารถดำเนินการสอบสวนได้เอง ดังนั้นหากไม่ได้รับการร้องขอ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถไปตรวจสอบได้
นายกฯหนุนผบ.ทบ.ทำถูกต้อง
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงวุฒิกองทัพบก ว่า คิดว่าสังคมคง เห็นว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไร ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทหารที่อยู่ในกองทัพก็ต้องมีวินัย การไปประกาศตัวเหมือนว่าสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เราต้องดำเนินการ เพียงแต่กองทัพต้องระวัง ไม่ดำเนินการให้เป็นลักษณะที่ดูเหมือนว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ลุก ลามบานปลาย ขณะนี้ที่กองทัพดำเนินการนั้นถูกต้องแล้วในการทำหน้าที่รักษากฎหมาย
ชี้มีคนคิดทำให้กองทัพแตกแยก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า
ส่วนจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพล.อ.อนุพงษ์ กับพล.ต.ขัตติยะหรือไม่นั้น ก็มีคน พยายามจะทำให้เกิดความแตกแยกในทุกองค์กร แต่คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความถูกต้อง ถ้าไม่ยึด ความถูกต้องหรือคิดว่ายอมๆกันไป อย่างนี้ผมคิดว่าต่อไปก็จะมีแต่ความวุ่นวายและความร้าวฉาน สิ่งดีที่สุดคือ ยึดความถูกต้อง ไม่มีการกลั่นแกล้งใครแต่ก็ละเว้นไม่ได้
กมม.จี้กองทัพกู้ศักดิ์ศรีคืน
มีความเห็นจากนายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.)กล่าวถึงการยิงเอ็ม 79 เข้าใส่กองบัญชาการกองทัพบกว่า เรื่องนี้สะท้อนปัญหาในกองทัพบกที่สะสมมานานและความ อ่อนแอของผู้นำ นอกจากจะทำให้กองทัพเสื่อมเสียแล้ว ยังทำให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง อย่างไรก็ ตามเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะดำเนินการโดยกลุ่มคนที่สนับสนุน ระบอบทักษิณ มีเป้า หมายซ้ำเติมสถานการณ์ให้ร้อนแรง ยั่วยุให้เกิดการรัฐประหาร ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อให้กลุ่มของตัวเองได้พ้นผิดและกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง
นายสำราญกล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับการบุกตรวจค้นจับกุมอาวุธและคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ แต่ไม่ได้หมายความว่า พล.ต.ขัตติยะ เป็นผู้ดำเนินการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องสอบ สวนหาข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้ ผบ.ทบ.มีจุดยืนเรื่องดังกล่าวและเร่งกอบกู้ศักดิ์ ศรีคืนมา ไม่ใช่นั่งรอนับถอยหลังวันเกษียณอายุในอีก 8 เดือนข้างหน้า
source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196685