ยังลังเลลุย”เชียงใหม่-ภูเก็ต”
ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยังประกาศให้กลุ่มเสื้อแดงเตรียมตัวไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟเชียงใหม่ในวันที่ 29 มกราคมนี้ จากนั้นก็จะไปชุมนุมต่อที่ภูเก็ต มีรายงานข่าวจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เผยว่ากรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะเดินสายไปชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น หลายคนไม่เห็นด้วย โดยบอกว่า ไม่ใช่เป็นพื้นที่ชี้ขาดในการแพ้ชนะ แต่ควรจะเตรียมตัวเพื่อชุมนุมที่กรุงเทพดีกว่าเพราะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง อย่ากรณีการชุมนุมที่กลุ่มสอยดาว ก็ทำอะไรไม่ได้ เหนื่อย ไม่คุ้ม ไม่มีกองหนุน ชุมนุมยืดเยื้อไม่ได้ และไม่รู้ว่าผู้ชุมนุมติดไข้มาลาเรียกลับไปเป็นของแถมหรือไม่
ดังนั้นโปรแกรมไปชุมนุมที่เชียงใหม่ ในวันที่ 29 มกราคมนี้ จึงยังไม่มีความชัดเจน ที่สำคัญคนเชียงใหม่ที่เขาทำมาหากินโดยบริสุทธิ์ใจคงไม่เล่นด้วยเพราะจะ ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ซ้ำเติมเศรษฐกิจเชียงใหม่อีก ดังนั้นจึงต้องไปประชุมร่วมกันอีกหนว่าจะมีทางออกอย่างไร
แดงเชียงใหม่คุกคาม”เจิมศักดิ์”
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว.กรุงเทพ ได้พาสื่อมวลชน จากบริษัทวอดด๊อก จำกัด จำนวน 50 คน ไปสัมนาที่เชียงใหม่โดยทางรถไฟ เมื่อลงจากรถไฟปรากฎว่ากลุ่มแท็กซี่เสื้อแดงเชียงใหม่จำ ดร.เจิมศักดิ์ ได้ โดยอ้างว่า ดร.เจิมศักดิ์ เป็นเสื้อเหลืองทั้งยังก่อกวน ดร.เจิมศักดิ์ และออกวิทยุเสื้อแดงเชียงใหม่ประกาศว่า ดร.เจิมศักดิ์ มาเชียงใหม่แล้วให้เตรียมพร้อม อย่างไรก็ตาม ดร.เจิมศักดิ์ ได้ขึ้นรถส่วนตัวที่พรรคพวกมารับไปยังบ้านโป่งกุม ดอยสะเก็ต ซึ่งใช้เป็นพื้นที่สัมนา
ต่อมาในบ่ายวันอาทิตย์ ทางตำรวจเชียงใหม่ ได้ไปพบ ดร.เจิมศักดิ์ บอกกลุ่มเสื้อแดงได้ปลุกระดมทางวิทยุ 92.5 เม็กกะเฮิร์ตอย่างต่อเนื่อง บอกให้สมาชิกกลุ่มเสื้อแดง ระดมพลมาที่บ้านพักดอยสะเก็ต โดยมี ดร.เสรี วงศ์มณฑา จะมาด้วย ขอให้ ดร.เจิมศักดิ์ หลบไปก่อน ซึ่งทางดร.เจิมศักดิ์ บอกว่าหากตนออกไปแล้วหมู่บ้านสงบก็ดีใจไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อ ดร.เจิมศักดิ์ ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว กลุ่มเสื้อแดงก็เดินทางไปถึงและจุดพลุ ล้อมบ้านที่ดอยสะเก็ต โดยมีตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด
มาร์คชี้แม้ววิเคราะห์เรื่อยเปื่อย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ออกมาระบุว่า หากมีการปฏิวัติพร้อมตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้ว่า ไม่ขอให้ความเห็น เพราะมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงวิเคราะห์สถานการณ์ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีการวิเคราะห์มาเยอะมาก และจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นตอนไหน เพราะตอนนี้ยังไม่มีกรณีเช่นนั้น และหากมีการปฏิวัติก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ
เตือนแม้วอย่าเผาบ้านเผาเมือง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทั่วโลก คงไม่มีใครยอมรับรัฐบาลพลัดถิ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ เพราะการตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นโดยทั่วไป ต้องเกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติ แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกปฏิวัติมาตอนปี 2549 จนมีรัฐบาลที่มาจากพรรคพวกตัวเองมา 2 รัฐบาล จนมาถึงรัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่หากพ.ต.ท.ทักษิณต้องการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นจริงก็คงตั้งได้แค่ในประเทศ กัมพูชาและปาปัวนิวกีนี แต่เชื่อว่าหากมีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นจริง ก็ไม่กระทบกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และไม่น่ากลัวอะไร ตนขออย่างเดียว อย่าเผาบ้านเผาเมืองเหมือนตอนเดือนเมษายนปี 2552 เพราะบ้านเมืองจะทรุดไปอีกหลายเดือน
นายเทพไท เสนพงศ์ ในฐานะโฆษกส่วนตัวนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษหนีคดีไม่ความสามารถสร้างความชอบธรรมกับประชาคมโลก ให้รองรับการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นได้อย่างไร และเชื่อว่ากัมพูชาคงไม่เล่นด้วย อย่างนายฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ก็ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เฉพาะให้ที่กบดานในฐานะเพื่อนเท่านั้น
กษิตประณามเสื้อแดงทำลายชาติ
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่หลักของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นการให้ความร่วมมือหน่วยงานยุติธรรมติดตามตัวนักโทษหนีการรับโทษ ตนเองและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ด้วยความแข็งขัน
ส่วนที่ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตรียมลงนามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างกัน นายกษิต กล่าวว่า หากมีผลบังคับใช้แล้วก็ต้องดูว่าในข้อตกลงว่ามีรายละเอียดอย่างไร เพราะสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต้องเชื่อมโยงกับข้อกฏหมายของแต่ละ ประเทศด้วย เราไม่ควรคาดการณ์ก่อนว่าเขาจะปฏิเสธ ซึ่งเราต้องเคารพในอธิปไตยของเขา ขณะเดียวกันเขาก็ต้องเคารพเราด้วยเช่นกัน สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนั้น ตนเองเห็นว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร เป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยตามสิทธิเสรีภาพ แต่สิ่งที่ไม่ด้วยคือการใช้ความรุนแรง การข่มขู่ทำร้ายร่างกายที่จะเอากันถึงชีวิต ทำลายเผาบ้านเมือง ล้มล้างรัฐบาลที่มาตามกฏหมาย อันนี้ไม่มีสิทธิ ไม่ถูกต้อง จึงขอประณาม และเป็นสิ่งที่สังคมต้องช่วยกันปฏิเสธ
นพดลพร้อมแจกข้อมูลทักษิณ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดแนวความคิดที่จะทำหนังสือข้อเท็จ จริงเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แจกเป็นแสนเล่ม
ขอให้รัฐบาลให้เลิกทำสงครามโฆษณาชวนเชื่อ แต่ให้ทำสงครามความจริงดีกว่า และถ้ารัฐบาลทำอย่างนั้น กลุ่มคนรักทักษิณจะทำเอกสารแสนฉบับแจกประชาชนเหมือนกัน เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่เริ่มเป็นตำรวจ เรื่องทรัพย์สิน และความจริงตั้งแต่เหตุการณ์ยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ระบบสองมาตรฐาน ขบวนการล้มล้างรัฐบาลของประชาชน ไม่มีการใส่ร้ายบุคคลใดหรือกระทบกระเทือนอำนาจองค์การใด
สัมมนากรณี”เขายายเที่ยง”
วันเดียวกันมีการเสวนาเรื่อง “2 มาตรฐาน แนวโน้มความรุนแรงในสังคมไทย กรณีศึกษาเขายายเที่ยงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย และนายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ เป็นผู้เสวนา
นายปลอดประสพ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ในการรักษาพื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าพื้นที่ตรงนั้นจะมีประชาชนที่ยากไร้อาศัยอยู่ก็ตาม แต่ก็ต้องทำ ซึ่งสมัยที่ตนยังดำรงตำแหน่งอยู่ก็โดนโจมตีอยู่ แต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ พื้นที่บริเวณเขายายเที่ยง เกิดจากการสร้างเขื่อนลำตะคองที่ต้องอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณก่อสร้าง เขื่อน ดังนั้นจึงอพยพประชาชนไปอยู่ที่เขายายเที่ยง แต่ห้ามขายสิทธิ จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าเดิมประชาชนอยู่บนยอดเขาหรือไม่ แต่เมื่อไปดูแผนที่เก่าเพื่อตรวจสอบ แผนที่ดังกล่าวกลับหายไป จึงยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ส่วนกรณีที่อัยการไม่ดำเนินคดีทางอาญากับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เพราะไม่มีเจตนาครอบครองไม่อยากวิจารณ์แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า คำว่าครอบครองมีความหมายอย่างไร ทั้งที่ มีการล้อมรั้วบ้าน ก่อสร้างบ้าน ถือว่าเป็นเจตนาครอบครองหรือไม่ และมีการตั้งข้อสังเกตว่าไม้ที่ใช้สร้างบ้านเป็นไม้อะไร
เคยสั่งฟ้อง”ชาตรี โสภณพนิช”
นายปลอดประสพ กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ที่เป็นเจ้าของเขาสอยดาวคนหนึ่งคือ นายชาตรี โสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) คดีนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ตนเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งตนสั่งฟ้องเรื่องนี้เอง นายชาตรี เคยบอกกับตนว่าถ้าผิดก็เพราะไม่รู้จริงๆ ขอให้บอกว่าเป็นพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าตรงไหนก็พร้อมจะคืน ส่วนที่เป็น นส.3 ก็ต่อสู้ไปว่าได้มาอย่างไร เพราะวันนี้ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดที่มีน้ำตก แต่พื้นที่ของสนามกอล์ฟปิดอยู่ จึงขอแนะนำว่าให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ไปชื่นชมน้ำตกบ้าง
หวั่นเกิดสงครามกลางเมือง
ด้าน นายธีระ กล่าวว่า กรณีเขายายเที่ยงเป็นตัวสะท้อนสองมาตรฐานอย่างหนึ่ง เพราะคนใหญ่คนโตอาจจะไม่ต้องรับโทษ สะท้อนให้เห็นปัญหาของโครงสร้างทางกฎหมายในสังคมไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้ปัจจุบันให้ดาบกับองค์กรที่มีบทบาทสำคัญที่เกิดขึ้น หลังรัฐประหารมากเกินไปหรือไม่ อีกทั้งการดำเนินคดีบางเรื่องก็เร็ว บางเรื่องก็หายไปเลย ทำให้เกิดข้อสงสัยได้ว่าเอามาตรฐานอะไรมาวัดว่าเรื่องใดต้องนำมาพิจารณาก่อน หลัง
นายธีระ กล่าวว่า ระบบสองมาตรฐานเกิดมาจากความตั้งใจและจะดำเนินต่อไปและเข้มข้นเรื่อย ๆ จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะหมดไป ซึ่งต่อไปมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง และจะก่อให้เกิดการรัฐประหาร เพราะจะถูกอ้างว่าออกมาเพื่อรักษาความมั่นคง ดูจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากมีการรัฐประหารขึ้นอีก จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ถ้าเป็นเช่นนั้นมีแนวโน้มจะเกิดสงครามกลางเมืองอย่างแน่นอน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญที่ก่อให้เกิดเรื่องนี้ได้ ถ้ากำจัดจุดเชื่อมนี้ไม่ได้ จะกลายเป็นจุดชนวนระเบิด ซึ่งวิธีตัดชนวนระเบิดนั้น คือการแก้ไขปัญหาสองมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นหากคนสองกลุ่มไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำให้เกิดขึ้น
“อ๋อย”แย้มมีข่าวรัฐประหาร
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ในช่วงหลังกระแสข่าวเรื่องการใช้กำลังปราบปรามมีมากขึ้น มีการเตรียมการเป็นระบบเพื่อสร้างการปราบปราม เช่น ทีวีของรัฐบาลแทบทุกคืนมีเรื่องประเภทสร้างความชอบธรรมปูทางในการปราบ ประชาชน โดยเรื่องที่เอามาพูดเป็นเรื่องระหว่างการพิจารณาของศาล พูดถึงคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท คดีสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม ทั้งที่เรื่องยังไม่มีการตัดสินจากศาล แต่ก็พูดในทำนองว่าผิดแล้ว ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หลายวันผ่านมานี้มีข่าวพูดกันมากถึงการทำรัฐประหาร และได้ทราบข่าวมาจากทหารบางคนและนายตำรวจบางคนว่า มีผู้มีอำนาจในกองทัพบางคนมีแนวคิดทำรัฐประหารและขึ้นบัญชีดำทั้งเสื้อแดง และไม่เสื้อแดง 200 กว่าชื่อ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หากคุมไม่อยู่ก็จะทำรัฐประหารและจะกวาดให้เรียบ เรื่องแบบนี้จริงหรือไม่ต้องถามผู้บัญชาการทหารบก ถ้าไม่จริงก็ต้องรีบออกมาปฏิเสธ และห้ามปรามความคิดของคนเหล่านั้น เพราะจะทำให้เรื่องไปกันใหญ่ ดังนั้น ถ้าหากปล่อยให้เหตุเกิดจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่ใหญ่หลวงที่สุด ดังนั้น รัฐบาลต้องทำให้ความเป็นสองมาตรฐานยุติลง และล้มเลิกความคิดปราบปรามประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง
source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196689