Posts Tagged ‘พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์’

พท.เรียกร้องเปิดทางกมธ.ทหารสอบเหตุยิงM79ใส่บก.ทบ.

นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ( ผบ.ทบ.) แสดงความบริสุทธิ์ใจและจริงใจให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ตรวจสอบกรณีบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้ปืน M79 ยิงกองบัญชาการกองทัพบก นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ พล.อ อนุพงษ์ กลับปิดเรื่องเงียบไม่แจ้งให้มีการตรวจสอบ หรือแจ้งตำรวจให้สืบสวน แต่พอเรื่องถูกเปิดเผยขึ้นมา พล.อ อนุพงษ์ กลับอนุญาตให้ตำรวจและทหารไปตรวจค้นบ้าน พล.ต ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ทั้งๆที่ คดียิง M79 นั้นยังไม่มีพยานหลักฐานใดเลยที่เชื่อมโยงถึงพล.ต. ขัตติยะ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐาน ทั้งที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร้องขอแล้ว นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องผิดปกติอย่างมากที่มีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ ผบ.ทบ. กลับไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาตัวผู้กระทำความผิดมา ลงโทษ แต่กลับพุ่งเป้าไปที่ พล.ต.ขัตติยะ รวมถึงถูกขยายผลสร้างกระแสการตบเท้าของเหล่าทหารระดับผู้บังคับการกองพัน และผู้บังคับการกรมทหารออกมาเพื่อเอ็กเซอร์ไซด์ให้กำลังใจและปกป้องพล.อ.อนุ พงษ์ ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนคนไทยรวมถึงนานาชาติ และทำลายบรรยากาศการลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างน่าเสียดาย

ข้อเท็จจริงว่าใครยิงปืน M79 ใส่ บก.ทบ. ยังไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ แต่ พล.ต.ขัตติยะ หรือ เสธ.แดง ตกเป็นจำเลยของกองทัพไปแล้ว จึงขอถามไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ ว่าเหตุการณ์ยิงปืน M79 ใส่ บก.ทบ. เป็นเรื่องที่มีการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองของฝ่ายทหารหรือไม่ จึงขอเรียกร้อง ผบ.ทบ.แสดงความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประธานกรรมาธิการทหาร สภา ฯ เข้าไปหาข้อเท็จจริงตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กองทัพเป็นของประชาชน เป็นสถาบันหลักของชาติที่ประชาชนต้องมีส่วนรับรู้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างบุคคลหนึ่ง บุคคลใดหรือกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดที่คิดตรงข้ามกับรัฐบาลหรือกองทัพ และขอให้ตรวจสอบนายทหารระดับสูงที่ใกล้ชิดบางคนว่าสร้างสถานการณ์ดังกล่าว ขึ้นเองหรือไม่ เพื่อนำไปเป็นข้ออ้างในการที่จะปฏิวัติรัฐประหารเพื่อล้มล้างระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งตนได้ยินข่าวว่า มีการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารช่วงต้นเดือน มี.ค. หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429761&lang=T&cat=

เพื่อไทยชี้นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลล้มเหลว

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประชาชน ข้าราชการ ผู้ปกครองของนักเรียนและเยาวชน ร้องเรียนมาที่พรรคเพื่อไทยเรื่องการระบาดของยาเสพติด และจากการตรวจสอบของคณะทำงานพบว่า สถานการณ์ปัจจุบันยาเสพติดได้ระบาดอย่างหนัก ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ ที่สำคัญกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเยาวชนของชาติตกเป็นกลุ่มเสี่ยง เด็กมัธยมศึกษาเริ่มเสพยาเสพติดกันมากขึ้น เพราะปัจจุบันหาซื้อได้ง่าย ตามตรอก ซอกซอย
ล่าสุดตำรวจสามารถจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้จำนวนมาก ที่สำคัญเป็นการจับกลางกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำความผิดไม่ได้เกรงกลัวอำนาจรัฐแต่อย่างใด จึงแสดงให้เห็นถึงมาตรการและวิธีการแก้ปัญหาของนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาล ล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ เป็นมาตรการและนโยบายเชิงรับ เพราะยิ่งจับกุมก็ยิ่งมีผู้ค้าเพิ่มขึ้น เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลขาดความจริงจังในนโยบายปราบปรามยาเสพติด
นายกฯ มัวแต่เอาเวลาไปแก้ปัญหาทางการเมืองภายในรัฐบาลเสียมากกว่า มุ่งแต่รักษาเก้าอี้และเสถียรภาพของรัฐบาลแทนที่จะเอาเวลาไปแก้ปัญหาของบ้าน เมืองอย่างจริงจัง ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เข้ามาบริหารประเทศ 1 ปี ปัญหายาเสพติดได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปกครองและเป็นศูนย์กลางของ อำนาจรัฐ กลับปล่อยให้มีการตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดใน กทม. ทั้งนี้รวมถึงปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่มุ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลใ ห้หันมาสนใจการแก้ปัญหายาเสพติดที่ระบาดอย่างหนัก รวมถึงอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างจริงจัง และนำนโยบายเชิงรุกแก้ปัญหายาเสพติดระบาดแบบครบวงจร ก่อนที่สถานการณ์ระบาดของยาเสพติดจะควบคุมไม่ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคม และปัญหาหนักของชาติ ที่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนต้องมารับกรรมจากความล้มเหลว และไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาด้านสังคมของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429765&lang=T&cat=

พท.อัดรัฐบาลอภิสิทธิ์สั่งซื้อเครื่องตรวจระเบิดจีที 200

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การสั่งเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ว่า จากผลการตรวจพิสูจน์ของ ผศ.ดร.เจษฏา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง และเป็นแค่เครื่องชี้อุปทานเท่านั้น ขณะที่ผลการตรวจของผู้เชี่ยวชาญของประเทศอังกฤษก็ยืนยันตรงกันว่าเป็น เครื่องที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งทางการประเทศอังกฤษได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องลวงโลกและได้สั่ง ห้ามจำหน่าย ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงควรเป็นที่ยุติได้แล้วว่าเครื่อง จีที 200 ไม่มีคุณสมบัติตรวจสอบจับวัตถุระเบิดได้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังปรากฏว่าผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารบางคน และ พ.ญ. คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมยังออกมายืนยันถึงคุณสมบัติของเครื่องดังกล่าวอีก เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติในการจัดซื้อเครื่องจีที 200 อย่างแน่นอน และเมื่อพิจารณาถึงราคาที่จัดซื้อตามที่ปรากฏเครื่องดังกล่าวมีต้นทุนการ ผลิตไม่กี่พันบาท แต่บริษัทผู้สั่งซื้อกลับนำมาขายให้ส่วนราชการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) โดยขายให้กับตำรวจในราคาเครื่องละ 550,000 บาท และขายให้กองทัพในราคา 1 – 1.4 ล้านบาท ซึ่งมีความแตกต่างกับราคาต้นทุนจริงอย่างมาก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าราคาส่วนที่เกินตกไปอยู่ในกระเป๋าใครจึงขอเรียกร้องให้ รัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหมือนกับการทุจริตงบไทยเข้มแข็ง ของกระทรวงสาธารณสุข หากพบว่ามีผู้บังคับบัญชา ทหารรายใด ข้าราชการ รวมถึงนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด และเมื่อเครื่องไม่สามารถใช้งานได้ก็ต้องยุติการใช้งานทันที และควรหาเครื่องมือชนิดใหม่หรือวิธีการใหม่ในการตรวจสอบป้องกันชีวิต ทรัพย์สิน อย่านำชีวิตของ ประชาชน ข้าราชการทหาร ตำรวจ ไปเสี่ยงกับความไม่แน่นอนดังกล่าว
เรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ ต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการอย่างรีบด่วน เพราะรัฐบาลเสียค่าโง่ แต่ประชาชนเสียค่างาบฟรีๆ นับพันล้านบาท จากเงินภาษีอากรของประชาชน ซึ่งประชาชนเป็นผู้เสียหายแล้ว จะต้องมีผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น หากนายอภิสิทธิ์ ไม่ดำเนินการตรวจสอบถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 157 ซึ่งจะต้องมีการยื่นเรื่องร้องเรียน ปปช.ต่อไป

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429760&lang=T&cat=

จี้ ปปช.เร่งสาง 5 คดี ขู่ฟ้องหากคดีไม่คืบ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าการทำงานของป.ป.ช. เกี่ยวกับ 5 คดี สำคัญที่พรรคเพื่อไทยและหน่วยงานต่างๆได้ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบไปก่อนหน้านี้ ว่า คดี ที่ขอให้ติดตามตรวจสอบ เช่น กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งเอสเอ็มเอสถึงประชาชนในวาระที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีการตรวจสอบที่ดินเขากระโดงที่จ.บุรีรัมย์ คดี ทุจริตยางพารา ที่เกี่ยวโยงกับนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข และคดี ปรส.ที่สร้างความเสียหายแต่รัฐ ที่ป.ป.ช.ระบุว่าจะสามารถชี้มูลได้ก่อนในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ แต่ปรากฎว่าไม่มีความคืบหน้า จึงมาทวงถามว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร และ ที่ล่าช้าเพราะต้องการซื้อเวลาและเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสียหายหรือไม่ หากยังไม่คืบหน้าจนปล่อยให้คดีหมดอายุความอาจมาตรการทางสังคมโดยนำคลิปวิดีโอและเอกสารมาเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบต่อไป และมาตรการทางกฎหมายเช่นยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=428988&lang=T&cat=

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.