Archive for อาชญากรรม

แดงเชียงใหม่บุกศาลากลาง ประท้วงรองผู้ว่าฯสั่งรื้อเวทีหน้า บช.ภ.5

นางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม แกนนำเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51พร้อมนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ ศิริกุลและดีเจวิทยุชุมชนกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 อีกหลายคน นำคนเสื้อแดงกว่า 100 คน เดินทางไปประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียกร้องให้ นายไพโรจน์ แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาชี้แจง กรณีออกคำสั่งให้ตำรวจทางหลวงรื้อเวทีของคนเสื้อแดงซึ่งตั้งอยู่ที่หน้ากอง บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยนางกัญญาภัค กล่าวปราศรัยว่า ขอให้นายไพโรจน์ลงมาเจรจากับคนเสื้อแดง ว่าสั่งการเพื่ออะไร ทั้งที่การตั้งเวทีนั้นติดกับกำแพงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ไม่ได้กีดขวางทางการจราจร ที่สำคัญมีการตกลงกันแล้วกับตำรวจเจ้าของพื้นที่ ซึ่งอนุญาตให้ตั้งเวทีได้
ส่งผลให้ตลอดช่วงบ่ายทางจังหวัดได้ประกาศงดให้บริการกับประชาชนที่มาติดต่อ ราชการในทุกส่วน และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ประจำภายในศาลากลางเดินทางออกมาข้างนอก ให้หมด ทั้งนี้ภายหลังรอการเจรจาประมาณ 1 ชม.แล้วนายไพโรจน์ไม่ได้มาพบ นางกัญญาภัค พร้อมคนเสื้อแดงประมาณ 10 คน ได้พยายามบุกเข้าไปภายในอาคาร แต่นายอดุลย์ ฮวกนิล ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจได้เข้ามาเจรจา แจ้งว่านายไพโรจน์ติดภารกิจรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์
กระทั่ง 16.00 น.นายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยแจ้งว่าจังหวัดมีมติอนุญาตให้เสื้อแดงตั้งเวทีที่หน้ากองบัญชาการตำรวจ ภูธรภาค 5 ในจุดเดิมได้ แต่หากวันใดมีภารกิจรับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ในเส้นทางก็ขอให้ถอนเวทีออก ชั่วคราว ทางกลุ่มเสื้อแดงพอใจจึงยอมสลายการชุมนุม

hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=430716&lang=T&cat=

แม้วคลั่งเร่งเกมทวงสมบัติ ตั้ง”จิ๋ว”ผบ.สส. คุมกองทัพปชช.สู้แตกหัก

ตั้ง”จิ๋ว”นั่งผบ.สส.คุมกองทัพปชช.
โดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ภายหลังเดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า เราได้หารือกันว่าตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

จึงได้ตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (กปช.) เรามีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพประชาชนนี้ เพื่อนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา แต่เราจะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง

เสธ.แดง-พัลลภดูแลยุทธศาสตร์
ขณะที่พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ กล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าพวกเราสมบูรณ์รวมเป็นหนึ่ง ทั้งพรรค แนวร่วม และกองกำลัง เพราะวันนี้มี พล.อ. พัลลภ และตนเอง ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการต่อสู้ จนตั้งเป็นกปช.เพราะตอนนี้ประชาชนแม้แต่ทหาร ตำรวจ ล้วนมีความเป็นสีแดงอยู่ภายในใจ แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออกเท่านั้น เพราะต่างก็เห็นความไม่ยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานจะมาร่วมกองทัพประชาชนของเราในการต่อสู้

ยื่นเงื่อนไขเจรจารบ.ก่อนแตกหัก

พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง และพรรคพท.หารือถึงแผนการต่อสู้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ และมีมติจัดตั้งเป็นกปช.เพื่อประกาศพร้อมเจรจากับรัฐบาล ก่อนแตกหักในปลายเดือนนี้

พล.ต.ขัตติยะกล่าว และว่าการเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ ไม่ได้ไปรับเงินเพื่อไปเคลื่อนไหว เพราะขนาดค่าตั๋วเครื่องบินยังออกกันเองเลย เพราะคน อย่างตนไม่มีเรื่องรับเงินอยู่แล้ว เรามีอุดมการณ์ในการต่อสู้ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เราทำเพื่อความยุติธรรม เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาธิปไตยที่แท้จริง

ให้ยุบสภา-เอารธน.ปี40กลับมาใช้

แต่ยอมรับว่ามาประชุมหารือกันว่า แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท. ทักษิณ จะเอาอย่างไร นายกฯทักษิณ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาล แต่ไม่ใช่ต่อรองเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่นายกฯทักษิณ ต้องการให้มีการยุบสภา แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ แล้วเลือกตั้งกันใหม่

ขีดเส้นตายรบ.ติดต่อก่อนปลายกพ.
พร้อมระบุว่า พวกตนเข้าใจพ.ต.ท.ทักษิณดีว่าไม่อยากให้เกิดความรุนแรง โดยท่านขอเวลาก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ เพื่อรอให้รัฐบาลติดต่อเจรจาเข้ามาเสียก่อน แต่เราคงมีเวลาให้แค่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถ้าช่วงนี้คุยกันได้ก็ดี แต่ถ้าเลยจากนี้เป็นขั้นการปลดปล่อยกองทัพประชาชนแล้ว นายกฯทักษิณจะไม่สามารถควบคุมม็อบได้แล้ว

เพราะเราตกลงกันแล้วว่า ถ้าพวกเราเดินหน้าท่านก็ไม่สามารถมาหยุดพวกเราได้แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่ รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรุนแรงหรือไม่ หากมีการชุมนุมใหญ่แล้ว ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาสั่งหยุดอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเดินหน้าเต็มที่

“แม้ว”ติดรับแขกงดจ้อการเมือง
ส่วนความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตข้อความในทำนองโทษแฟนๆว่า สาเหตุที่หายไป 2-3 วัน นั้นเนื่องจากมีเพื่อนมาเยี่ยมทั้งจากต่างประเทศและจากประเทศไทยหลายคณะ บางคนก็มีบุญคุณกับตนในช่วงลำบากอยู่ต่างประเทศ บางคนก็เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ต้องให้เวลาเขามากหน่อย จากนั้นไปดูโรงแรมที่สร้างอยู่กลางทะเลทราย ตีกอล์ฟบ้าง และพาไปดูการลงทุน

แดงไม่สนยึดทรัพย์ลุยลูกเดียว
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวยืนยัน ไม่ว่าคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกยึดทั้งหมด หรือยึดบางส่วนก็ตาม ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากพวกเราเคลื่อนไหวไปตามยุทธศาสตร์ซึ่งเรามีจุดยืนในการเคลื่อนไหว ชัดเจน ในการขับไล่รัฐบาลอำมาตย์และเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ยังคงเดินหน้าต่อไปไม่มีเปลี่ยนแปลง

นัดรวมพลหน้าค่ายทหารทั่วปท.
ทั้งนี้ในวันที้ 4 กุมภาพันธ์นี้กลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศจะไปชุมนุมที่หน้าหน่วยทหารของแต่ละ จังหวัดเพื่อประกาศ จุดยืนต้านการรัฐประหาร และเคลื่อนไหวในแนวทาง “ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์” โดยจะมอบดอกป๊อบปี้ให้เป็นกำลังใจแก่ทหารเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความ ผูกพันระหว่างคนเสื้อแดงและทหารของประชาชน โดยการชุมนุมจะจบลงภายในสองชั่วโมง

8กพ.บุกอัยการ-10กพ.ลุยสตช.
ส่วนในวันที่ 8 ก.พ. จะไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อทวงความคืบหน้า 3กรณีการบุกรุกครองบครองเขายายเที่ยง เขาสอยดาว และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ 10 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณียึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบิรนดอนเมือง

15กพ.ล้อมกกต.ทวงคดียุบปชป.
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากนั้นในวันที่ 12 ก.พ. ก็จะไปชุมนุมที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อถามความคืบหน้ากรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพรรคปชป.และในวันที่ 15 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงาน กกต. เพื่อติดตามคดียุบพรรคปชป.หากปรานกกต.ยังไม่ยอมชี้ขาดก่อนถึงวันดังกล่าว สังคมไทยจะได้ถกเถียงกันเรื่องนี้อีกแน่นอน

ป้องจิ๋วไม่ได้ส่งสัญญานชี้นำศาล
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพท.คนใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าพล.อ.ชวลิต ไม่ส่งสัญญาณใดๆ เป็นเพียงการให้ความเห็น เมื่อมีสื่อมวลชน มาถามเท่านั้น ก็เป็นมองไปตามข้อมูลที่สาธารณชนและสังคมรับรู้อยู่แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีทรัพย์สินส่วนใหญ่มาก่อนจะมาเล่นการเมือง ดังนั้นจึงมองว่าอาจจะมีการยึดทรัพย์บ้าง ดังนั้น การให้สัมภาษณ์ดังกล่าว คงไม่ใช่การชี้นำอะไร อีกทั้งพล.อ.ชวลิต ก็ไม่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจในการเข้าไปล้วงหรือไปสั่งการได้

“บิ๊กตุ้ย”อาสากาวใจป็อก-เสธ.แดง
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.ทบ. ระบุว่า จะขออาสาทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจากับ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อขอให้ยุติบทบาทการเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อกองทัพ ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะต้องใจกว้างและรู้จักการให้อภัยด้วยเพราะเท่า ที่ตนรู้จักเสธ.แดงเป็นคนเก่ง ถ้ารู้จักใช้ หากตนเป็นผู้บังคัญชาจะส่งไปภาคใต้เพราะเสธ.แดงทำงานเชิงลึกดีมาก เมื่อถามว่าในอนาคตพล.ต.ขัตติยะ มีสิทธิ์จะติดคุกหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดถึงขนาดนั้น ทหารเราให้อภัยกันได้ ถ้าพล.ต.ขัตติยะลดบทบาทลงผบ.ทบ คงใจกว้างอยู่แล้ว

เชื่อศาลให้ความยุติธรรมทักษิณ
เมื่อถามถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท. ทักษิณ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องมั่นใจกระบวนการยุติธรรม เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำในเรื่องความเป็นธรรม หากตนพูดมากไปก็ไม่ดี เพราะนามสุกลชินวัตร แต่ประชาชนทุกคนอยากเห็นความเป็นธรรม ส่วนที่อดีตคตส.ระบุว่าการยึดทรัพย์ต้องยึดทั้งหมดนั้น ตนคิดว่าพวกคตส.คือศัตรูที่ตั้งมาตรวจสอบไม่ใช่องค์กรกลาง ธงเขามีแบบนั้นเขาก็ต้องไปแบบนั้นแต่พอมาถึงศาลตนคิดว่าศาลมีความยุติธรรม

เชื่อไม่มีคนกล้าทำปฏิวัติ
ส่วนกระแสข่าวการปฏิวัตินั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า คงไมมีใครกล้า เพราะรู้ว่าปฏิวัติแล้วเกิดอะไรขึ้น การทำปฏิวัติถ้ามีกระแสดังมากมักจะไม่เกิด หากจะเกิดต้องเงียบๆ ไม่มีใครรู้ถึงจะทำสำเร็จ อย่างครั้งที่แล้วที่สำเร็จเพราะไม่มีคนเชื่อว่าจะมีปฏิวัติแต่ครั้งนี้คน เชื่อมากว่าจะมีแน่ๆ ดังนั้นมันจะไม่มี และหากมีประชาชนก็เตรียมจัดการดังนั้น ใครกล้าก็ลองดู ตนอยากจะเห็นหน้าคนทำ

พท.ยังประโคมกระแสปฎิวัติ
ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส. ลพบุรี และรองโฆษกพรรคพท. กล่าวว่า เวลานี้อยากให้สื่อมวลชนจับตาไปที่เรื่องกระแสข่าวปฎิวัติ รัฐประหาร เพราะตนมีข้อมูลเชิงลึกว่า มีความพยายาม ที่จะก่อการปฎิวัติแน่นอน เพราะขณะนี้ชาติบ้านเมืองถึงทางตันเดินต่อไปไม่ได้ อีกทั้งคนบางคนอยากใหญ่ อยากเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมยังทราบข้อมูลมาด้วยว่ามีการล็อคเป้าไว้แล้วว่าหากเกิดการปฎิวัติยึด อำนาจ เมื่อไหร่จะมีการล็อคหิ้วตัวแกนนำทั้งของพรรคพท. และคนเสื้อแดงไปขังไว้เพื่อไม่ให้มีการก่อหวอดต่อต้านการปฎิวัติจึงอยากให้ สื่อมวลชนจับตาและติดตามเรื่องนี้จะดีกว่า

มาร์ควอนปชช.อย่าเป็นเหยื่อแดง
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าทุกคนเข้าใจดีว่าตอนนี้ ที่มีการเคลื่อนไหวเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ฉะนั้นทุกคนจึงพอจะเข้าใจว่าทำไมช่วงนี้จึงมีเหตุการณ์ ข่าว ข้อมูลแปลกๆ ขึ้นมาเป็นระยะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่จะไปห้ามคนที่อยากทำนั้นคงไม่ได้ จึงอยากขอความมือจากประชาชนอย่าไปเป็นเหยื่อขอความพยายามเคลื่อนไหวที่จะทำ ให้เกิดความวุ่นวาย

ก่อน26กพ.เคลื่อนไหวเข้มข้นแน่
เมื่อถามว่า หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ เหตุการณ์ จะดีขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าความเคลื่อนไหวก่อนการตัดสินคดีจะเข้มข้น แต่ตอบไม่ได้ว่าหลังการตัดสินคดีแล้วจะคลี่คลายช้าหรือเร็ว แต่มี ความพยายามที่จะโหมการเคลื่อนไหวมากก่อนตัดสินคดีอย่างแน่นอน
เมื่อ ถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯเคยบอกว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะมีไปจนถึงช่วงต้น เดือนมี.ค. นายกฯกล่าวว่าใช่ ตนคิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะการข่าวรายงานเป็นระยะๆเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆและเจ้า หน้าที่ได้จับตาอย่างใกล้ชิด

สั่งจับตากองกำลังจ้องป่วน
เมื่อถามว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย(พท.) ระบุว่าคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกฯนั้น จะมีการยึดทรัพย์บางส่วน เรื่องนี้จะเป็นการชี้นำศาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นการวิเคราะห์ของพล.อ.ชวลิต
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกี่ยวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่จะเคลี่อนไหวใน ช่วงนี้ตามที่นายปณิธานวัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯระบุไว้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มีการตรวจสอบ มาตลอดและเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบางกลุ่มเพราะเห็นว่าไม่ ปกติโดยมีการชุมนุมและพยายามก่อให้เกิดความวุ่นวาย แต่เราพยายามไม่ให้ไปสู่จุดนั้น

ระบุถ้าปฏิวัติจะยิ่งวุ่นวายหนัก
นอกจากนี้นายกฯ ยังเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติเพราะถ้ามีการปฏิวัติหรือสมมุติว่าปฏิวัติ สำเร็จผลพวงที่จะตามจะวุ่นวายมากยิ่งขึ้น และตนก็คิดไม่ออกว่าใครที่จะไปแบกรับกับผลพวงที่ตามมา พร้อมกับยอมรับว่าขณะนี้มีความพยายามเสี้ยมให้เกิดความแตกแยกกันทั้งหมดทั้ง ในพรรคปชป. ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หรือกับองค์กรต่างๆ แต่รัฐบาลก็ไม่หวั่นไหว เรายังหนักแน่นอยู่

ถึงเวลาทักษิณต้องยอมรับผลกรรม
วันเดียวกันนี้นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “Quest Means Business” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น และเมื่อถูกตั้งคำถามว่าถึงเวลาที่จะสงบศึกกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

มันถึงเวลาสำหรับเขาแล้วที่จะต้องยอมรับผลของการกระทำที่ตามมา ถึงเวลาที่จะต้องเคารพกฎเกณฑ์ คำตัดสินของศาล แล้วเราจะพูดถึงการให้ความช่วยเหลือและดูว่าจะสามารถให้หนทางการแก้อะไรได้ บ้าง

“เทือก”ชี้บิ๊กจิ๋วคาดการณ์คดีแม้ว
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิตออกมากล่าวถึงคดีการยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อาจจะยึดไม่หมด เหลือคืนบางส่วนว่า ตนไม่มองว่ามีนัยยะอะไร คิดว่าคงคาดการณ์เอาตามความคิดของท่าน คงไม่สามารถพูดได้ว่า เป็นเรื่องถูก หรือผิด คนคาดการณ์ก็คาดการณ์ไปต่างๆนานา

ผมไม่ไปวิจารณ์อะไรที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องไป ถึงศาล เพราะผมเป็นคนที่ถูกสอนในเคารพ เชื่อในระบบศาล ผมก็เชื่อมั่นในระบบศาลสถิตยุติธรรมของประเทศไทย

ย้ำก.พ.-มีนาอาจมีเหตุรุนแรง
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมานัดให้ไปชุมนุมหน้าค่ายทหาร เพื่อต้านการปฏิวัตินั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรักษาความสงบ กับเจ้าหน้าที่ก็มีการกำชับไปว่าให้ดูแลในพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองไปซัก ซ้อมให้มีแผนงานรองรับสถานการณ์การชุมนุมแล้ว

ผมได้คาดการณ์อยู่ก่อนแล้วว่า ในช่วงเดือนก.พ.- มี.ค.อาจจะมีสถานการณ์ที่บางฝ่ายพยายามจะยั่วยุ หรือพยายามจะปลุกระดมให้มันปั่นป่วนให้เป็นปัญหาขึ้น เรามีหน้าที่ดูแลกฎหมาย เราก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าทหารจะมีความอดทนและอดกลั้นมากพอ

“สาทิตย์”ตอกจิ๋วรู้ได้ไงคดีแม้ว
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิตระบุว่าคดีพ.ต.ท.ทักษิณจะมีการยึดทรัพย์บางส่วนว่า ท่านทราบได้อย่างไร ว่าจะมีการยึดทรัพย์ ทั้งที่ยังไม่มีการพิพากษา ซึ่งเป็นการตั้งข้อ สังเกตล่วงหน้า โดยเราเองไม่อยากจะพูดให้ความเห็นเพราะเป็นการละเมิดก้าวล่วงศาล และขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงในสิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย(พท.)ทำ คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง จนนำไปสู่เงื่อนไขการปลุกระดม

งัดสื่อรัฐตอบโต้กลุ่มเสื้อแดง
นายสาทิตย์ ยังกล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าเครือข่ายสื่อของรัฐจะเสนอรายการเพื่อการชี้แจงในหลากหลายรูป แบบ ทั้งสกุ๊ป และเสวนา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบใน 2 เรื่อง คือคดีของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีการโจมตีว่าพิจารณา 2 มาตรฐาน คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชิน และการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยจะเริ่มออกอากาศวันที่8-25 ก.พ. ทั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการบิดเบือนจนนำไปสู่ความวุ่นวายทางการ เมือง

เทพไทคาดแดงแตกหัก20กพ.
ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมหน้าค่ายทหารโดยอ้างต่อต้านการปฏิวัตินั้น ตนคิดว่าเป็นแผนการยั่วยุให้ทหารตบะแตกและนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้จบเกมโดยเร็ว โดยคาดว่าวันดีเดย์ของกลุ่มนปช.คือ วันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสำคัญที่จะเผด็จศึกล้มรัฐบาลให้ได้ แต่คิดว่ารัฐบาลและทหารคงจะไม่ตกหลุมพรางของคนเสื้อแดงแน่นอน

เย้ยนปช.ไปดูไบรับแผนแม้ว
ส่วนที่มีแกนนำ นปช. เดินทางไปนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตนั้น นายเทพไท กล่าวว่า กรณีมีการข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าจะเป็นการไปรับแผนอะไรบางอย่างจากนายใหญ่ หรือไม่ แต่หากมองโลกในแง่ดีก็มองได้ว่าถือโอกาสไปรับแต๊ะเอีย อั่งเป่าในช่วงตรุษจีน เพราะที่ผ่านมาในหลายเทศกาล ทั้งงานทำบุญเดือนสิบ เทศกาลชิงเปรต กลุ่มคนเหล่านี้ก็บินไปขอส่วนบุญส่วนกุศลและช่วงสงกรานต์คาดว่าก็อาจจะมีการ บินไปรับกันอีก

ซัดชวลิตสร้างกระแสกดดันศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ชวลิต ระบุถึงกรณีคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าศาลจะคืนเงินบางส่วนนั้นจะถือเป็นการชี้นำศาลหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าพล.อ.ชวลิตมีญาณวิเศษหรือไม่ เพราะหลายครั้งได้พูดออกมาเหมือนล่วงรู้คำพิพากษา แม้กระทั่งคำพิพากษาของศาลกัมพูชากรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรคนไทยที่ถูกศาลกัมพูชาจับ ก็ล่วงรู้ก่อน โดยทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษไว้ล่วงหน้าแล้ว

ไม่รู้ว่าพล.อ.ชวลิตล่วงรู้จริงๆ หรือรู้แบบตีปลาหน้าไซกันแน่ แต่เชื่อว่าป็นการออกมากดดันผ่านความเห็นของพล.อ.ชวลิตเป็นการสร้างกระแส เรื่องคำพิพากษา

ใบปลิวว่อนกองทัพเลิกอุ้มรบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ได้มีผู้นำใบปลิวจำนวนกว่า 100 ใบ ไปวางไว้ที่หน่วยงานหนึ่งในกองทัพอากาศ มีเนื้อหาเขียนโจมตีรัฐบาล และการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ทหารเลิกยืนข้างรัฐบาล ด้วยการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงว่า อย่าเอาปืนมาค้ำกบาล-มาค้ำตำแหน่งนายกฯและให้ยุบสภาหรือลาออกได้แล้ว

“ทรงกิตติ”ถามปฏิวัติเพื่ออะไร
ส่วนพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปฏิวัติว่า เป็นเพียงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ทราบที่มาของข่าว ซึ่งคิดว่าไม่มีใครจะทำการปฏิวัติ และไม่ทราบเหตุผลว่าจะทำปฏิวัติเพื่ออะไร การพัฒนาประเทศสามารถทำได้โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศชุมนุมที่หน่วยทหารทั่วประเทศนั้น การดำเนินการของกลุ่มใด หรือประชาชนใดก็ตาม หากเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบกฎหมาย ขออย่าได้กังวลใจ ซึ่งการแสดงออกถือเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในขอบเขต รู้หน้าที่และความรับผิดชอบ

“เจ๊สดศรี”ไม่กลัวถูกทำร้าย
ทางด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข่าวการลอบทำร้าย ว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลเป็นระยะๆ ซึ่งได้รับการประสานงานด้านความปลอดภัย เรื่องการปองร้ายตามที่เป็นข่าวไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ทุกฝ่ายต่างพยายามทำงาน ทั้งการพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคปชป.และคดีอื่นๆ ก็เป็นการทำเพื่อประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ของนักการเมืองหรือกลุ่มใด จึงไม่ได้กลัวเรื่องที่จะถูกทำร้ายอะไร

source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=198019

พท.เรียกร้องเปิดทางกมธ.ทหารสอบเหตุยิงM79ใส่บก.ทบ.

นาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ( ผบ.ทบ.) แสดงความบริสุทธิ์ใจและจริงใจให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ตรวจสอบกรณีบุคคลไม่ทราบฝ่ายใช้ปืน M79 ยิงกองบัญชาการกองทัพบก นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ พล.อ อนุพงษ์ กลับปิดเรื่องเงียบไม่แจ้งให้มีการตรวจสอบ หรือแจ้งตำรวจให้สืบสวน แต่พอเรื่องถูกเปิดเผยขึ้นมา พล.อ อนุพงษ์ กลับอนุญาตให้ตำรวจและทหารไปตรวจค้นบ้าน พล.ต ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ทั้งๆที่ คดียิง M79 นั้นยังไม่มีพยานหลักฐานใดเลยที่เชื่อมโยงถึงพล.ต. ขัตติยะ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐาน ทั้งที่ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร้องขอแล้ว นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องผิดปกติอย่างมากที่มีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ ผบ.ทบ. กลับไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาตัวผู้กระทำความผิดมา ลงโทษ แต่กลับพุ่งเป้าไปที่ พล.ต.ขัตติยะ รวมถึงถูกขยายผลสร้างกระแสการตบเท้าของเหล่าทหารระดับผู้บังคับการกองพัน และผู้บังคับการกรมทหารออกมาเพื่อเอ็กเซอร์ไซด์ให้กำลังใจและปกป้องพล.อ.อนุ พงษ์ ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนคนไทยรวมถึงนานาชาติ และทำลายบรรยากาศการลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างน่าเสียดาย

ข้อเท็จจริงว่าใครยิงปืน M79 ใส่ บก.ทบ. ยังไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ แต่ พล.ต.ขัตติยะ หรือ เสธ.แดง ตกเป็นจำเลยของกองทัพไปแล้ว จึงขอถามไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ ว่าเหตุการณ์ยิงปืน M79 ใส่ บก.ทบ. เป็นเรื่องที่มีการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองของฝ่ายทหารหรือไม่ จึงขอเรียกร้อง ผบ.ทบ.แสดงความบริสุทธิ์ใจและจริงใจ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประธานกรรมาธิการทหาร สภา ฯ เข้าไปหาข้อเท็จจริงตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อทำความจริงให้ปรากฏแก่สังคม

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กองทัพเป็นของประชาชน เป็นสถาบันหลักของชาติที่ประชาชนต้องมีส่วนรับรู้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างบุคคลหนึ่ง บุคคลใดหรือกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดที่คิดตรงข้ามกับรัฐบาลหรือกองทัพ และขอให้ตรวจสอบนายทหารระดับสูงที่ใกล้ชิดบางคนว่าสร้างสถานการณ์ดังกล่าว ขึ้นเองหรือไม่ เพื่อนำไปเป็นข้ออ้างในการที่จะปฏิวัติรัฐประหารเพื่อล้มล้างระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งตนได้ยินข่าวว่า มีการสร้างสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารช่วงต้นเดือน มี.ค. หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429761&lang=T&cat=

เพื่อไทยชี้นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลล้มเหลว

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีประชาชน ข้าราชการ ผู้ปกครองของนักเรียนและเยาวชน ร้องเรียนมาที่พรรคเพื่อไทยเรื่องการระบาดของยาเสพติด และจากการตรวจสอบของคณะทำงานพบว่า สถานการณ์ปัจจุบันยาเสพติดได้ระบาดอย่างหนัก ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ ที่สำคัญกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นเยาวชนของชาติตกเป็นกลุ่มเสี่ยง เด็กมัธยมศึกษาเริ่มเสพยาเสพติดกันมากขึ้น เพราะปัจจุบันหาซื้อได้ง่าย ตามตรอก ซอกซอย
ล่าสุดตำรวจสามารถจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้จำนวนมาก ที่สำคัญเป็นการจับกลางกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำความผิดไม่ได้เกรงกลัวอำนาจรัฐแต่อย่างใด จึงแสดงให้เห็นถึงมาตรการและวิธีการแก้ปัญหาของนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาล ล้มเหลวไม่มีประสิทธิภาพ เป็นมาตรการและนโยบายเชิงรับ เพราะยิ่งจับกุมก็ยิ่งมีผู้ค้าเพิ่มขึ้น เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลขาดความจริงจังในนโยบายปราบปรามยาเสพติด
นายกฯ มัวแต่เอาเวลาไปแก้ปัญหาทางการเมืองภายในรัฐบาลเสียมากกว่า มุ่งแต่รักษาเก้าอี้และเสถียรภาพของรัฐบาลแทนที่จะเอาเวลาไปแก้ปัญหาของบ้าน เมืองอย่างจริงจัง ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เข้ามาบริหารประเทศ 1 ปี ปัญหายาเสพติดได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรงทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปกครองและเป็นศูนย์กลางของ อำนาจรัฐ กลับปล่อยให้มีการตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดใน กทม. ทั้งนี้รวมถึงปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่มุ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลใ ห้หันมาสนใจการแก้ปัญหายาเสพติดที่ระบาดอย่างหนัก รวมถึงอาชญากรรมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างจริงจัง และนำนโยบายเชิงรุกแก้ปัญหายาเสพติดระบาดแบบครบวงจร ก่อนที่สถานการณ์ระบาดของยาเสพติดจะควบคุมไม่ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคม และปัญหาหนักของชาติ ที่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนต้องมารับกรรมจากความล้มเหลว และไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาด้านสังคมของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429765&lang=T&cat=

ผบ.พตท. เผยGT200 ยังใช้ในพื้นที่จังหวัดใต้

จากกรณีที่คณะทำงานยุติธรรม เพื่อสันติภาพ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาล และกองทัพบก ยุติการใช้เครื่อง จีที 200 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกว่าจะมีการทดสอบพิสูจน์ว่าสามารถใช้การได้จริง และได้รับการรับรองจากหน่วยงานวิทยาศาสตร์ที่เป็นอิสระ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 มกราคม 53 ที่อาคารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ. 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร เปิดเผยว่า ในส่วนนี้ตนเองยังมีความเห็นว่า เครื่องจีที 200 ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ เพราะประสิทธิภาพยังใช้ได้ผล ในส่วนที่หน่วยงานใดจะมาเรียกร้องให้ยุติการใช้นั้น คงจะเป็นหน้าที่ของหน่วยบังคับบัญชาหน่วยเหนือ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ขณะนี้มีความต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องการเครื่องที่มีความปลอดภัยขั้นสูงสุด ซึ่งในการใช้เครื่องจีที 200 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในการใช้งานในเครื่องนี้ เพราะได้ตามขีดความสามารถ ที่ผ่านมาการนำไปใช้งานเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดมีปริมาณน้อยมาก และการใช้เครื่องจีที 200 ตนคิดว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะใช้ชี้พื้นที่หรือชี้หาเป้าหมายเท่านั้น และตอนนี้ก็ยังใช้งานตามปกติอยู่ในพื้นที่ทุกหน่วยเฉพาะกิจ ไม่ได้มีการยกเลิกการใช้แต่อย่างใด

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=428977&lang=T&cat=

4แกนนำแดงมอบตัวคดีล้อมไล่”เจิมศักดิ์”

เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 27 มกราคม นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำดีเจ วิทยุชุมชนคนเสื้อแดงจำนวน 4 คน คือนางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม นายภูมิใจ ไชยยา หรือดีเจต้อม นายอภิชาต สอนดี หรือดีเจอ้วน และนายอิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจน้องเบียร์ เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หลังถูกตำรวจสภ.ดอยสะเก็ด เจ้าของพื้นที่ออกหมายจับเลขที่ จ.401-4/2553 ลงวันที่ 25 มกราคม 2553 กรณีนำมวลชนประมาณ 40-50 คนไปปิดล้อมบ้านพักของนายสมนึก วัชรเสถียร เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา โดยผู้ชุมนุมมีการปาก้อนหิน ยิงหนังสติ๊ก จุดประทัดเข้าใส่บ้านหลังดังกล่าว เพราะคิดว่านายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่ข้างใน
การเข้ามอบตัวครั้งนี้แกนนำเสื้อแดงทั้ง 4 คนได้ถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสอ่งใดโดยทำ ให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพหรือทรัพย์สินของผู้อื่น การแจ้งดำเนินคดีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ยื่นร้องแจ้งเอาผิด ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ นำมาสู่การเข้ามอบตัวของแกนนำเสื้อแดงดังกล่าว ซึ่งในวันนี้มี พ.ต.ท.คมกริช เกิดแก้ว พนักงานสอบสวนเป็นเจ้าของคดีทำหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา
ขณะที่พ.ต.อ.ชาติชาย เนียวกุล ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด เดินทางมาควบคุมดูแลกลุ่มเสื้อแดงกว่า 100 คนที่ติดตามมาให้กำลังใจกับแกนนำที่เข้ามอบตัว หลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำตามขั้นตอน แกนนำเสื้อแดงทั้ง 4 คนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และมีการยื่นขอประกันตัวโดยใช้ตำแหน่งของนายวิรัตน์ บัวชุม กำนันต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ดประกันตัวบุคคลทั้ง 4 ออกไป

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=429032&lang=T&cat=
related link : http://bookmark2010.wordpress.com/2010/01/26/แดงแห่โลงไล่ผบ-ช-ภ-5/

“ป้าเช็ง”รับเพิ่ม4ข้อหา-แต่ปฏิเสธ.หมด

(27ม.ค.) เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ หรือ “ป้าเช็ง” อายุ 72 ปี เจ้าของธุรกิจ “น้ำมหาบำบัด” อ้างสรรพคุณรักษาสารพัดโรค เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จตุรงค์ ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รอง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ นพ.ธเรศ กรัษนัยวิวงศ์ ผอ.สำนักพยาบาลและการประกอบโรคศิลป เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาโฆษณาขายยาทางวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุมัติ ข้อความ เสียง หรือภาพ ที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาต , โฆษณาขายยาที่แสดงสรรพคุณยาว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรืออาการของโรค ที่รัฐมนตรีประกาศห้าม ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 , ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และข้อหาประกอบโรคศิลป โดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลป พ.ศ.2542 รวม 4 ข้อหา เบื้องต้น น.ส.ศรวรรณ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

น.ส.ศรวรรณ กล่าวว่า ได้หยุดดำเนินการเรื่องน้ำมหาบำบัดไปแล้ว แต่จะให้หยุดเรื่องสูตรการหมักขยะนั้นคงทำไม่ได้และจะเดินหน้าต่อไปเพราะ สิ่งที่ตนทำเป็นการช่วยรณรงค์ลดโลกร้อนเพื่อให้ชาวบ้านนำไปใช้กับการทำ เกษตรกรรม กำจัดหนู และนำไปใช้ราดส้วมได้ ซึ่งส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการนำมาใช้กับคนแต่อย่างใด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินคดีอีกหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตน ตามจังหวัดต่างๆ นั้นยินดีจะรับผิดชอบ แต่ขอให้เป็นผู้เสียหายจริงอย่าเป็นการจัดฉากกลั่นแกล้ง โดยยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหนและไม่รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด

น.ส.ศรวรรณ กล่าวถึงการจัดรายการทางรายการ “ซุปเปอร์เช็ง” ทางเคเบิลทีวี ว่า คงทำต่อไป แต่รับปากว่าจะไม่มีการโฆษณาเรื่องน้ำมหาบำบัด และจะไม่นำเทปบันทึกรายการมาออกอากาศซ้ำ

เรื่องคดีที่เกิดขึ้นนั้นฉันไม่กังวลใจใดๆ ดีเสียอีกที่จะได้หันมาดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองบ้าง บอกตรงๆว่า ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยรู้สึกเครียด น้องๆ สื่อมวลชนก็เห็น เวลาป้ามาหาตำรวจต้องให้ใครช่วยไหม ป้าเดินขึ้นบันไดเร็วกว่าตั้งหลายคนที่เดินตามเสียอีก

พล.ต.ต.จตุรงค์ กล่าวว่า หลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ น.ส.ศรวรรณแล้วก็จะปล่อยตัวไป เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนีแต่อย่างใด

source : hxxp://www.komchadluek.net/detail/20100127/46167/ป้าเช็งรับเพิ่ม4ข้อหาแต่ปฏิเสธ.หมด.html

มติครม.แต่งตั้งทหาร คุมแดงป่วน ล้มพิพากษายึดทรัพย์

ครม.เตรียมพร้อมใช้พรบ.มั่นคง

โดย นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงเรื่องดังกล่าวภายหลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 26 มกราคมว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์การชุมนุมของม็อบเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะใช้กฎหมายทั่วไปในการควบคุมก่อน แต่หากสถานการณ์รุนแรงก็พร้อมประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ได้ทันที และจะมีการเฝ้าระวังตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงการชุมนุม

ถกลับสมช.ตั้งทหารเป็นผู้ช่วยตร.

นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ครม. ยังมีมติแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ช่วยพนักงานตำรวจนับตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยเข้ามาดูแลสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ ครม.มีมติดังกล่าวออกมา เนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้นำรายงานประเมินสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณาของที่ ประชุมเป็นวาระจร และขอให้เป็นการประชุมลับ จากนั้น นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงนำเอกสารแจกให้รัฐมนตรีเพื่อประกอบรายงาน และขอให้ส่งเอกสารคืนในช่วงท้าย

เตือนเสื้อแดงป่วนใหญ่19-28กพ.

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นายถวิล ได้อ้างถึงการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการประเมินว่า ก่อนจะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าจะมีความเคลื่อนไหวจากม็อบเสื้อแดงเพื่อคัดค้านการพิจารณาคดี โดยการชุมนุมมีแนวโน้มเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะระหว่าง 19-28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงวันสุก-ดิบก่อนและหลังการพิพากษาคดีดังกล่าว รัฐบาลจึงควรมีนโยบายเพื่อควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย

งัดพรบ.กลาโหมส่งทหารคุม

จากนั้น ครม. จึงมีมติรับทราบรายงานของ สมช. พร้อมกับเห็นชอบตามข้อเสนอ คือ ให้ทหารเข้าเป็นเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ ในการควบคุมดูแลความสงบของม็อบเสื้อแดงนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมเป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นไปตาม พรบ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 8 (5) ที่ให้ใช้มติ ครม. สั่งการให้ทหารปฏิบัติการอื่นๆ นอกเหนือจากปฏิบัติการทางทหารได้

ปณิธานรับประเมินป่วน3ระดับ

ขณะที่ นายปณิธาน ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยยอมรับว่า นายสุเทพ ได้เสนอรายงานวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงต่อที่ประชุม ครม. โดยประเมินว่า ก่อนจะถึงวันพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น 3 ระดับจากม็อบเสื้อแดง ตั้งแต่ระดับดาวกระจายทั่วไป ระดับรุนแรงปานกลาง และรุนแรงที่สุด

โดยระดับดาวกระจายทั่วไป ก็จะมีการปิดล้อมบ้านบุคคลสำคัญ เช่น ผู้นำทางการเมือง ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรอิสระ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง สถานีตำรวจ สนามกอล์ฟเอกชน โดยจะเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เพื่อโจมตีว่า รัฐบาล 2 มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า คดีความต่างๆ มีขั้นตอนอย่างไร เพราะบางคดีต้องใช้เวลาเป็นปี จะไปเร่งรัดไม่ได้

นายปณิธาน กล่าวว่า ส่วนขั้นที่รุนแรงกว่านั้น คือ การชุมนุมขนาดใหญ่ เพื่อผลักดันให้เกิดวิกฤติที่แปรปรวน กดดันให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยวิธีนอกประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วง 5-7 วันสุดท้ายก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์

เป้าหมายสุดท้ายล้มวันพิพากษา

เป้าหมายสุดท้าย หรือ End Games คือ ไม่ยอมรับการตัดสินใจคดียึดทรัพย์ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหากระบวนการยุติธรรมมาตลอดว่า 2 มาตรฐาน ดังนั้นยิ่งใกล้วันตัดสินก็จะยิ่งอันตรายและรุนแรงมากขึ้น เพราะเขาจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการตัดสินคดี ซึ่งเชื่อมโยงกับข่าวการปฏิวัติรัฐประหารทั้งที่ไม่มีปัจจัยอะไรทำให้เกิด ได้ แต่เขาก็ปล่อยข่าวเพื่อยั่วยุให้สถานการณ์รุนแรง นำไปสู่จุดเปลี่ยนและทำให้ไม่สามารถตัดสินคดีได้

แฉ”แดงตุลา”มองแม้วจุดอ่อน

นายปณิธาน ยังวิเคราะห์ด้วยว่า เวลานี้กลุ่มเสื้อแดงแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแดงตุลา ซึ่งใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเครื่องมือปลุกระดมคนให้เท่านั้น ไม่มองว่า จุดสุดท้ายของเกมนี้อยู่ที่การตัดสินคดียึดทรัพย์ และแม้ไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มนี้ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้ ในทางกลับกันเริ่มมีการมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดอ่อนที่จะทำให้ถูกโจมตีกลับด้วยซ้ำ

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ เป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ใช้ความรุนแรงในการชุมนุม ต้องการเห็นเลือด ใช้กำลัง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด และเราเฝ้าระวังมากที่สุด และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มแดงตามกระแสนิยม ถนัดในการใช้สื่อปลุกระดมมวลชน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่คอยประสานงานทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเคยมีอำนาจทางการเมือง และคอยติดต่อประสานงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดเวลา

เชื่อสุดท้ายแตกคอไม่มีเหลือ

หน่วยความมั่นคงกำลังเฝ้าดูการเคลื่อนไหวทั้ง 3 กลุ่ม เราให้คนอ่านตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีการตัดตอนเพื่อไม่ให้จับได้ โดยแยกกันระหว่างเจ้าของเว็บบอร์ด กับเจ้าของเว็บไซต์ นอกจากนี้ก็มีการติดตามการนัดหมายทางวิทยุชุมชนหรือทางเอสเอ็มเอส แต่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายที่จะดักฟังโทรศัพท์อย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็น สิ่งผิดกฎหมาย และสุดท้ายแล้วหากภารกิจของทั้ง 3 กลุ่มประสบผลสำเร็จพวกเขาก็จะขัดแย้งกันเอง แต่ช่วงนี้ต้องอยู่ด้วยกันเพราะสถานการณ์เหมือนกับการแต่งงานด้วยความจำเป็น วันหนึ่งข้างหน้าก็ต้องหย่าร้าง

ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นหากมีการปฏิวัตินั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นแค่นวัตกรรมทางการเมืองเร้าใจให้มวลชนเสื้อแดงเห็นว่า จะมีเกมให้เล่นหลังคดียึดทรัพย์ แต่ความจริงเป็นไปไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นส่วนใหญ่จะทำในภาวะสงคราม และต้องมีประเทศมหาอำนาจในองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)รับรอง ลำพังกัมพูชารับรองไม่สามารถตั้งได้

“บิ๊กป้อม”ชี้ปฏิวัติคิดกันไปเอง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติว่า ไม่มีหรอก ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็เคยยืนยันเรื่องนี้ไปแล้ว

เมื่อถามว่า ปัจจัยการเมืองเวลานี้มีผลกระทบต่อกระแสการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า น่าจะเป็นเรื่องคิดกันไปเอง คงไม่มีอะไร การเมืองก็แก้ปัญหาของการเมืองไป

เทือกช่วยการันตีผู้นำเหล่าทัพ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมจึงมีการโหมกระแสปฏิวัติในช่วงนี้ แต่เท่าที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำเหล่าทัพมาตลอด ขอยืนยันว่า ผู้นำเหล่าทัพในยุคนี้ ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย ไม่มีแนวคิดที่จะทำปฏิวัติรัฐประหาร

ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า จุดประสงค์ที่โหมโรงข่าวปฏิวัติในขณะนี้เพื่ออะไร แต่เท่าที่ติดตามข่าวกระบวนการของลูกน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ มีแผนการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้ทหารทนไม่ได้ และจะได้เอาไปขยายผลเพื่อเรียกร้องประชาชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้กว้างขวาง ขึ้น ซึ่งจะเข้าแผนที่เรียกว่าปฏิวัติประชาชน แต่สำหรับทหารผมยืนยันได้ว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน

ทบ.แจงรถหุ้มเกราะโผล่กลางกรุง

วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีรถหุ้มเกราะของทหารออกมาวิ่งบน ถ.วิภาวดี-รังสิต หลายสิบคันเมื่อกลางดึกวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นเกรงว่า การปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาว่า รถดังกล่าวเป็นรถหุ้มเกราะ V150 สังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวน 22 คัน จากที่มีทั้งหมด 113 คัน โดยนำออกมาเพื่อส่งซ่อมที่กรมสรรพวุธทหารบก จ.ปทุมธานี ก่อนนำส่งไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพที่ประเทศซูดานในเดือนพฤษภาคม

เมื่อถามว่า ทำไมต้องนำออกมาซ่อมในช่วงเวลานี้ พ.อ.สรรเสริญ ตอบว่า กองทัพดำเนินการไปตามแผนปฏิบัติการตามปกติไม่ได้คิดถึงกระแสทางด้านการเมือง แต่อย่างใด เนื่องจากรถหุ้มเกราะรุ่นดังกล่าวใช้งานมาตั้งแต่ 2521 ดังนั้นก่อนจะมีการส่งไปปฏิบัติการยังต่างประเทศ จึงต้องดูแลซ่อมแซมก่อน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ทุกครั้งที่กองทัพจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อน แต่ครั้งนี้อาจทำได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องขอโทษประชาชนด้วย

ตบปากพท.มั่วปูดถกปฏิวัติ

ด้าน พ.ท.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผบ.กองปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วย “ฉก.90″ กรมรบพิเศษที่ 3 จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ชี้แจงกรณี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อ้างนายทหารและคนสนิท “พล.อ.ส” และ ฉก.90 ประชุมลับกันที่กองพลทหารราบที่2 รักษาพระองค์ (พล. ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการปฏิวัติว่า ไม่เคยไปประชุมกับใครเรื่องนี้ และไม่น่าจะมีการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่มองว่าเป็นเรื่องตลก และคนที่พูดคงไม่รู้จริง

เช่นเดียวกับ พ.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการกองพลรบพิเศษที่ 1 อดีต หน.รปภ. และฝ่ายเสธ. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยไปประชุมเรื่องดังกล่าว แต่คาดว่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวสร้างกระแสมากกว่า

พล.ร2รอ.ยันมีแค่ทอ.มาดูงาน

พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร2 รอ. ค่ายพรหมโยธี ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หรือ ฉก.90 ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชา หรือสังกัด ของ พล.ร 2 รอ. แต่อย่างใด ที่ผ่านมามีหน่วยงานอื่นที่เข้ามาศึกษาดูงานใน พล. ร.2 รอ. แต่ฝ่ายข่าวของทหารอากาศที่มาดูงาน และนายทหารที่อบรมหลักสูตรชั้นนายพัน ที่มาฝึกงานตรวจภูมิประเทศ ไม่มีการประชุม หรือเกี่ยวกับการปฏิวัติใด ๆ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และขอยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ

นัดแสดงพลังป้องผบ.ทบ.

ด้าน พ.ท.จิระสิทธิ์ จันทร์มี รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เผยว่า ในเวลา 08.30 น. วันที่ 27 มกราคม ที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นายทหารและกำลังพลสังกัดกรมทหารราบราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ที่เป็นกำลังรบหลัก จาก 3 กองพันจำนวนกว่า 1,000 คน จะรวมตัวกันที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) มี พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์เป็นแกนนำ จะพากันแสดงพลังร่วมปกป้องสถาบันทหาร เพื่อแสดงจุดยืนของทหารในสังกัดที่ไม่ต้องการให้มีบุคคลออกมากร้าวร้าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

ตท.11นัดถกปัญหาเสธ.แดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้กลุ่มนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 11 (ตท.11) ซึ่งเป็นเพื่อร่วมรุ่น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้นัดหารือกันที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ภายหลังจากแกนนำของรุ่นนำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และ พล.ต.วิฑูรย์ ดิษยบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เคยพบกับ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อจะได้กลับมารับราชการต่อ แต่ก็ถูก พล.ต.ขัตติยะ ปฏิเสธที่จะทำตาม

ลงมติลอยแพ-ไม่ยุ่งการเมือง

ทั้งนี้ภายหลังจากการหารือ ที่ประชุมนายทหาร ตท. 11 จึงมีมติเอกฉันท์ออกมา 5 ข้อ ประกอบด้วย
1.ตท 11 จะไม่เข้าไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการเมือง การดำเนินการทางการเมืองของสมาชิกคนหนึ่งคนใด
2.การแสดงความคิดเห็นหรือสนับสนุนต่างๆ ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลของแต่ละคน
3.ตท.11 จะดูแลความเดือดร้อนของสมาชิกและครอบครัวหากได้รับการร้องขอ
4.ตท.11 สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระ ประมุข และ
5.ตท.11 จะยึดถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด

“ตู่”ใส่ไฟประยุทธ์เรียกถกปฏิวัติ

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ออกมากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร เนื่องจากทราบมาว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีการหารือที่กองทัพอากาศ โดยหัวโต๊ะมี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่ รวมทั้ง ผบ.ทอ. ผบ.ทร. รักษาการ ผบ.ตร. ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะต้องการจบชีวิตทางการทหารในวาระเกษียณที่ไม่ใช่ทรราชย์ ไม่อยากเดือดร้อนในบั้นปลาย

ทั้งนี้ในวงการพูดคุยต้องการปฏิวัติเพื่อให้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่กองทัพเรือ ตำรวจ และกรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ ไม่ยอมเล่นด้วย

สถุนขึ้น”มึง”ถามจะปฏิวัติใช่ไหม

นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้วางตัว พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ไว้แล้ว ดังนั้นกรณีนำรถหุ้มเกราะเข้า กทม. แล้วอ้างว่าเอามาซ่อมจึงฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้แกนนำเสื้อแดงจะหารือในวันที่ 27 มกราคม เพื่อกำหนดวันเดินหน้าไปที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ โดยถ้าเจอหน้าก็จะถามว่า

มึงจะยึดอำนาจจริงหรือเปล่า

อยากขอท้าทายให้ปฏิวัติ จะได้รู้จักประชาชน และจะได้จัดการทุกอย่างในคราวเดียวกัน

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีม็อบเสื้อแดงเชียงใหม่บุกล้อมบ้านที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ชื่อดังมาพักว่า

ก็เป็นเรื่องปกติที่เวลาเจอคนที่ไม่ชอบหน้า และ นายเจิมศักดิ์ ก็ถือเป็นศัตรู คนอย่างนี้ อย่าว่าแต่ขว้างหินใส่เลย เจอหน้าควรตีกบาลด้วยซ้ำ

มั่วอ้าง”พ.ท.”สั่งเคลื่อนรถถัง

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค กรณีมีรถหุ้มเกราะเคลื่อนขบวนที่ ถ.วิภาวดีรังสิต ในช่วงค่ำวันที่ 25 มกราคมว่า ต้นสังกัดของรถถังอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์ และโรงซ่อมอยู่ที่ จ.นครราชสีมา พรรคจึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดต้องเคลื่อนรถถังเข้ามาใน กทม. ทั้งๆที่สามารถไปที่ จ.นครราชสีมา โดยตรงจะง่ายกว่า แต่ทั้งนี้ทราบมาว่า มีนายทหารยศพันโทชื่อนำหน้าด้วยตัวอักษร “ท” เป็นผู้รับคำสั่งให้นำรถถังไปจอดตามจุดต่างๆ เพื่อข่มขวัญพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและคนเสื้อแดง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า การเคลื่อนรถถังครั้งนี้แสดงนัยการเมืองหลายอย่าง โดยพรรคตั้งข้อสงสัยว่า
1.เป็นการส่งสัญญาณขู่พรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.เป็นการเตรียมปราบประชาชนที่จะมาชุมนุมกับม็อบเสื้อแดง และ3.เป็นการแสดงศักยภาพของกองทัพ หลังถูกลอบยิงด้วยระเบิดไปก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการแถลงข่าว นายจิรายุ และ นายพร้อมพงศ์ ต่างชี้ว่า ยานยนต์ที่ปรากฏบน ถ.วิภาวดี เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคม เป็นรถถัง ขณะที่กองทัพบกชี้แจงว่า เป็นรถหุ้มเกราะ

เหลิมถกจิ๋วเชื่อไม่ปฎิวัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.ของพรรค ได้เดินลงมาที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรค และเข้าไปนั่งหารือกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นการส่วนตัวในรถตู้ของ พล.อ.ชวลิต เป็นเวลา 15 นาที

จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงออกมาเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันหลายเรื่องโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับประชาธิปไตย ดังนั้นใครที่คิดจะเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้ ประชาชนคงไม่ยอม และทราบข้อมูลมาว่า มีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองที่อกหัก ผิดหวัง และเห็นว่ารัฐบาลไปไม่รอด ที่คิดเรื่องนี้

แต่ฟันธงไม่มีแล้วปฏิวัติ

เมื่อถามว่า แสดงว่า พรรคเพื่อไทยประเมินว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริงๆ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า “ถ้าไม่จริง ผมคงไม่เผ่นไปตั้งหลักถึงที่เขมรตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเข็ดตั้งแต่สมัย รสช. ยึดอำนาจ แต่เมื่อได้เช็คข่าวทุกอย่างก็ชัดเจน และเมื่อกี้ได้คุยกับ พล.อ.ชวลิต ก็เช็คข้อมูลแล้วก็ตรงกันว่าไม่มี จึงมั่นใจว่าหลังจากนี้ ฟันธงได้เลยจะไม่มีปฎิวัติ ทุกอย่างจบแล้ว รถถังที่เคลื่อนใน กทม. ก็ไม่มีอะไร เป็นไปตามข้อมูลที่กองทัพเขาชี้แจงนั่นแหละ”

แดงม็อบใหญ่เชียงใหม่26ม.ค.

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ มีรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำส่วนกลางใน กทม. เพื่อกำหนดแผนการชุมนุมเคลื่อนไหวซึ่งจะมีขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดต่อกัน 3 วัน คือระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม

เบื้องต้นได้กำหนดว่า วันที่ 27-28 มกราคม จะมาชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขับไล่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 จากนั้นจะมีการนำมวลชนจากพื้นที่อื่นๆ มาสมทบและย้ายไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟเดอะรอยัล เชียงใหม่ กอล์ฟคลับ อ.สันทราย ในวันที่ 29 มกราคม

source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196980

“นายกฯ” ขึ้นเบิกความคดีอริสมันต์หมิ่น

ในเวลา 09.00 น.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อเป็นพยานขึ้นเบิกความด้วยตนเอง ในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 11 และ 17 ตุลาคม 2552 จำเลยได้กล่าวปราศรัยให้ประชาชนทั่วไปที่ฟังและชมการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์ People Channel

โดยมีคำพูดพาดพิงถึงโจทก์ต่อสถาบันโดยมิบังควร พร้อมทั้งกล่าวหาโจทก์ว่า หน่วงเหนี่ยวคำร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกล่าวหาโจทก์เป็นผู้สั่งฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุมช่วงเดือนเมษายน 2552 ซึ่งคำปราศรัยของจำเลยล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=428540&lang=T&cat=

เด็กบ้านกรุณา ยกพวกตีกัน เจ็บนับร้อย

เมื่อ เวลา 17.00 น.วันที่ 25 ม.ค. เกิดเหตุเด็กจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 สมุทรปราการ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ยกพวกตีกันและบาดเจ็บหลายร้อยคน บริเวณสนามหน้าโรงอาหาร ก่อนขึ้นหอพักหลังรับประทานอาหาร พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยตำรวจในเขตรับผิดชอบ 4 สถานีตำรวจภูธร รุดไปที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บประมาณ 150 ราย หน่วยกู้ชีพจากเทศบาลตำบลแพรกษา เทศบาลนครสมุทรปราการ มูลนิธิร่วมกตัญญู และ เทศบาลบางปลา นำผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ประกอบด้วบ โรงพยาบาลสมุทรปราการ 36 ราย โรงพยาบาลบางบ่อ 59 ราย โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 5 ราย โรงพยาบาลบางพลี 22 ราย และมีบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เกือบ 200 ราย

นาย น้อย (นามสมมติ) วัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตะลุมบอนครั้งนี้ วัยรุ่น 2 กลุ่มมีเรื่องเขม่นกันมานานแล้ว กลุ่มแรก เป็นผู้รับการฝึกวิชาชีพมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา และ สมุทรปราการ มีหัวหน้าชื่อนายยอด และมีลูกน้อง 400 กว่าคน กลุ่มที่ 2 กลุ่มฝั่งธนบุรี จากย่านยานนาวา ตากสิน เพชรเกษม มีหัวหน้าชื่อนายเก่ง และมีลูกน้อง 300 กว่าคน ทั้งหมดที่มีปัญหากันเนื่องจากรับยาฉุน หรือยาเส้นที่ญาตินำมาโยนให้จากภายนอกแล้วแบ่งกันไม่ลงตัว

วัย รุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวต่อว่า ตามปกติตามข้อตกลงจะต้องแบ่งกันให้ครบ แต่เนื่องจากต่างฝ่ายต่างแบ่งให้พวกของตนมากกว่า จึงเกิดความไม่พอใจเกิดขึ้น หลังรับประทานอาหารเสร็จจึงร่อนถาดหลุมเข้าใส่กัน จากนั้นจึงเกิดโกลาหล หยิบอาวุธ อาทิ บานเกล็ด หินตัวหนอน กระจก ก้อนหิน ไล่เข้าตะลุมบอนกัน ได้รับบาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาล

สำหรับการช่วยเหลือด้านการแพทย์ได้ ระดมแพทย์ช่วยเหลือผู้ที่บาดเจ็บเบื้องต้น เพื่อจะส่งคืนกลับไปยังศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 สมุทรปราการ ที่มีนายวิรัช เกิดสุภาพ ผู้คุมให้นำกลับไปก่อน หากกลุ่มที่บาดเจ็บเล็กน้อย เกิดหลบหนีขณะทำแผล จะทำให้ผู้คุมมีปัญหา จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้ใดได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด ขณะนี้เกินครึ่งได้อนุญาตให้ผู้คุมรับกลับไปก่อนแล้ว ส่วนที่บาดเจ็บสาหัสได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลต่อไป

source : hxxp://www.thairath.co.th/content/region/61057

« หน้าที่แล้ว
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.