ครม.เตรียมพร้อมใช้พรบ.มั่นคง
โดย นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงเรื่องดังกล่าวภายหลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 26 มกราคมว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์การชุมนุมของม็อบเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะใช้กฎหมายทั่วไปในการควบคุมก่อน แต่หากสถานการณ์รุนแรงก็พร้อมประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ได้ทันที และจะมีการเฝ้าระวังตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงการชุมนุม
ถกลับสมช.ตั้งทหารเป็นผู้ช่วยตร.
นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ครม. ยังมีมติแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ช่วยพนักงานตำรวจนับตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยเข้ามาดูแลสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ ครม.มีมติดังกล่าวออกมา เนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้นำรายงานประเมินสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณาของที่ ประชุมเป็นวาระจร และขอให้เป็นการประชุมลับ จากนั้น นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงนำเอกสารแจกให้รัฐมนตรีเพื่อประกอบรายงาน และขอให้ส่งเอกสารคืนในช่วงท้าย
เตือนเสื้อแดงป่วนใหญ่19-28กพ.
รายงานข่าวระบุด้วยว่า นายถวิล ได้อ้างถึงการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการประเมินว่า ก่อนจะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าจะมีความเคลื่อนไหวจากม็อบเสื้อแดงเพื่อคัดค้านการพิจารณาคดี โดยการชุมนุมมีแนวโน้มเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะระหว่าง 19-28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงวันสุก-ดิบก่อนและหลังการพิพากษาคดีดังกล่าว รัฐบาลจึงควรมีนโยบายเพื่อควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย
งัดพรบ.กลาโหมส่งทหารคุม
จากนั้น ครม. จึงมีมติรับทราบรายงานของ สมช. พร้อมกับเห็นชอบตามข้อเสนอ คือ ให้ทหารเข้าเป็นเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ ในการควบคุมดูแลความสงบของม็อบเสื้อแดงนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมเป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นไปตาม พรบ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 8 (5) ที่ให้ใช้มติ ครม. สั่งการให้ทหารปฏิบัติการอื่นๆ นอกเหนือจากปฏิบัติการทางทหารได้
ปณิธานรับประเมินป่วน3ระดับ
ขณะที่ นายปณิธาน ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยยอมรับว่า นายสุเทพ ได้เสนอรายงานวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงต่อที่ประชุม ครม. โดยประเมินว่า ก่อนจะถึงวันพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น 3 ระดับจากม็อบเสื้อแดง ตั้งแต่ระดับดาวกระจายทั่วไป ระดับรุนแรงปานกลาง และรุนแรงที่สุด
โดยระดับดาวกระจายทั่วไป ก็จะมีการปิดล้อมบ้านบุคคลสำคัญ เช่น ผู้นำทางการเมือง ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรอิสระ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง สถานีตำรวจ สนามกอล์ฟเอกชน โดยจะเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เพื่อโจมตีว่า รัฐบาล 2 มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า คดีความต่างๆ มีขั้นตอนอย่างไร เพราะบางคดีต้องใช้เวลาเป็นปี จะไปเร่งรัดไม่ได้
นายปณิธาน กล่าวว่า ส่วนขั้นที่รุนแรงกว่านั้น คือ การชุมนุมขนาดใหญ่ เพื่อผลักดันให้เกิดวิกฤติที่แปรปรวน กดดันให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยวิธีนอกประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วง 5-7 วันสุดท้ายก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์
เป้าหมายสุดท้ายล้มวันพิพากษา
เป้าหมายสุดท้าย หรือ End Games คือ ไม่ยอมรับการตัดสินใจคดียึดทรัพย์ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหากระบวนการยุติธรรมมาตลอดว่า 2 มาตรฐาน ดังนั้นยิ่งใกล้วันตัดสินก็จะยิ่งอันตรายและรุนแรงมากขึ้น เพราะเขาจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการตัดสินคดี ซึ่งเชื่อมโยงกับข่าวการปฏิวัติรัฐประหารทั้งที่ไม่มีปัจจัยอะไรทำให้เกิด ได้ แต่เขาก็ปล่อยข่าวเพื่อยั่วยุให้สถานการณ์รุนแรง นำไปสู่จุดเปลี่ยนและทำให้ไม่สามารถตัดสินคดีได้
แฉ”แดงตุลา”มองแม้วจุดอ่อน
นายปณิธาน ยังวิเคราะห์ด้วยว่า เวลานี้กลุ่มเสื้อแดงแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแดงตุลา ซึ่งใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเครื่องมือปลุกระดมคนให้เท่านั้น ไม่มองว่า จุดสุดท้ายของเกมนี้อยู่ที่การตัดสินคดียึดทรัพย์ และแม้ไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มนี้ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้ ในทางกลับกันเริ่มมีการมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดอ่อนที่จะทำให้ถูกโจมตีกลับด้วยซ้ำ
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ เป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ใช้ความรุนแรงในการชุมนุม ต้องการเห็นเลือด ใช้กำลัง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด และเราเฝ้าระวังมากที่สุด และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มแดงตามกระแสนิยม ถนัดในการใช้สื่อปลุกระดมมวลชน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่คอยประสานงานทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเคยมีอำนาจทางการเมือง และคอยติดต่อประสานงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดเวลา
เชื่อสุดท้ายแตกคอไม่มีเหลือ
หน่วยความมั่นคงกำลังเฝ้าดูการเคลื่อนไหวทั้ง 3 กลุ่ม เราให้คนอ่านตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีการตัดตอนเพื่อไม่ให้จับได้ โดยแยกกันระหว่างเจ้าของเว็บบอร์ด กับเจ้าของเว็บไซต์ นอกจากนี้ก็มีการติดตามการนัดหมายทางวิทยุชุมชนหรือทางเอสเอ็มเอส แต่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายที่จะดักฟังโทรศัพท์อย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็น สิ่งผิดกฎหมาย และสุดท้ายแล้วหากภารกิจของทั้ง 3 กลุ่มประสบผลสำเร็จพวกเขาก็จะขัดแย้งกันเอง แต่ช่วงนี้ต้องอยู่ด้วยกันเพราะสถานการณ์เหมือนกับการแต่งงานด้วยความจำเป็น วันหนึ่งข้างหน้าก็ต้องหย่าร้าง
ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นหากมีการปฏิวัตินั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นแค่นวัตกรรมทางการเมืองเร้าใจให้มวลชนเสื้อแดงเห็นว่า จะมีเกมให้เล่นหลังคดียึดทรัพย์ แต่ความจริงเป็นไปไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นส่วนใหญ่จะทำในภาวะสงคราม และต้องมีประเทศมหาอำนาจในองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)รับรอง ลำพังกัมพูชารับรองไม่สามารถตั้งได้
“บิ๊กป้อม”ชี้ปฏิวัติคิดกันไปเอง
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติว่า ไม่มีหรอก ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็เคยยืนยันเรื่องนี้ไปแล้ว
เมื่อถามว่า ปัจจัยการเมืองเวลานี้มีผลกระทบต่อกระแสการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า น่าจะเป็นเรื่องคิดกันไปเอง คงไม่มีอะไร การเมืองก็แก้ปัญหาของการเมืองไป
เทือกช่วยการันตีผู้นำเหล่าทัพ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมจึงมีการโหมกระแสปฏิวัติในช่วงนี้ แต่เท่าที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำเหล่าทัพมาตลอด ขอยืนยันว่า ผู้นำเหล่าทัพในยุคนี้ ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย ไม่มีแนวคิดที่จะทำปฏิวัติรัฐประหาร
ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า จุดประสงค์ที่โหมโรงข่าวปฏิวัติในขณะนี้เพื่ออะไร แต่เท่าที่ติดตามข่าวกระบวนการของลูกน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ มีแผนการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้ทหารทนไม่ได้ และจะได้เอาไปขยายผลเพื่อเรียกร้องประชาชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้กว้างขวาง ขึ้น ซึ่งจะเข้าแผนที่เรียกว่าปฏิวัติประชาชน แต่สำหรับทหารผมยืนยันได้ว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน
ทบ.แจงรถหุ้มเกราะโผล่กลางกรุง
วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีรถหุ้มเกราะของทหารออกมาวิ่งบน ถ.วิภาวดี-รังสิต หลายสิบคันเมื่อกลางดึกวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นเกรงว่า การปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาว่า รถดังกล่าวเป็นรถหุ้มเกราะ V150 สังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวน 22 คัน จากที่มีทั้งหมด 113 คัน โดยนำออกมาเพื่อส่งซ่อมที่กรมสรรพวุธทหารบก จ.ปทุมธานี ก่อนนำส่งไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพที่ประเทศซูดานในเดือนพฤษภาคม
เมื่อถามว่า ทำไมต้องนำออกมาซ่อมในช่วงเวลานี้ พ.อ.สรรเสริญ ตอบว่า กองทัพดำเนินการไปตามแผนปฏิบัติการตามปกติไม่ได้คิดถึงกระแสทางด้านการเมือง แต่อย่างใด เนื่องจากรถหุ้มเกราะรุ่นดังกล่าวใช้งานมาตั้งแต่ 2521 ดังนั้นก่อนจะมีการส่งไปปฏิบัติการยังต่างประเทศ จึงต้องดูแลซ่อมแซมก่อน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ทุกครั้งที่กองทัพจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อน แต่ครั้งนี้อาจทำได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องขอโทษประชาชนด้วย
ตบปากพท.มั่วปูดถกปฏิวัติ
ด้าน พ.ท.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผบ.กองปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วย “ฉก.90″ กรมรบพิเศษที่ 3 จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ชี้แจงกรณี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อ้างนายทหารและคนสนิท “พล.อ.ส” และ ฉก.90 ประชุมลับกันที่กองพลทหารราบที่2 รักษาพระองค์ (พล. ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการปฏิวัติว่า ไม่เคยไปประชุมกับใครเรื่องนี้ และไม่น่าจะมีการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่มองว่าเป็นเรื่องตลก และคนที่พูดคงไม่รู้จริง
เช่นเดียวกับ พ.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการกองพลรบพิเศษที่ 1 อดีต หน.รปภ. และฝ่ายเสธ. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยไปประชุมเรื่องดังกล่าว แต่คาดว่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวสร้างกระแสมากกว่า
พล.ร2รอ.ยันมีแค่ทอ.มาดูงาน
พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร2 รอ. ค่ายพรหมโยธี ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หรือ ฉก.90 ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชา หรือสังกัด ของ พล.ร 2 รอ. แต่อย่างใด ที่ผ่านมามีหน่วยงานอื่นที่เข้ามาศึกษาดูงานใน พล. ร.2 รอ. แต่ฝ่ายข่าวของทหารอากาศที่มาดูงาน และนายทหารที่อบรมหลักสูตรชั้นนายพัน ที่มาฝึกงานตรวจภูมิประเทศ ไม่มีการประชุม หรือเกี่ยวกับการปฏิวัติใด ๆ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และขอยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ
นัดแสดงพลังป้องผบ.ทบ.
ด้าน พ.ท.จิระสิทธิ์ จันทร์มี รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เผยว่า ในเวลา 08.30 น. วันที่ 27 มกราคม ที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นายทหารและกำลังพลสังกัดกรมทหารราบราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ที่เป็นกำลังรบหลัก จาก 3 กองพันจำนวนกว่า 1,000 คน จะรวมตัวกันที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) มี พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์เป็นแกนนำ จะพากันแสดงพลังร่วมปกป้องสถาบันทหาร เพื่อแสดงจุดยืนของทหารในสังกัดที่ไม่ต้องการให้มีบุคคลออกมากร้าวร้าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา
ตท.11นัดถกปัญหาเสธ.แดง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้กลุ่มนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 11 (ตท.11) ซึ่งเป็นเพื่อร่วมรุ่น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้นัดหารือกันที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ภายหลังจากแกนนำของรุ่นนำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และ พล.ต.วิฑูรย์ ดิษยบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เคยพบกับ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อจะได้กลับมารับราชการต่อ แต่ก็ถูก พล.ต.ขัตติยะ ปฏิเสธที่จะทำตาม
ลงมติลอยแพ-ไม่ยุ่งการเมือง
ทั้งนี้ภายหลังจากการหารือ ที่ประชุมนายทหาร ตท. 11 จึงมีมติเอกฉันท์ออกมา 5 ข้อ ประกอบด้วย
1.ตท 11 จะไม่เข้าไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการเมือง การดำเนินการทางการเมืองของสมาชิกคนหนึ่งคนใด
2.การแสดงความคิดเห็นหรือสนับสนุนต่างๆ ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลของแต่ละคน
3.ตท.11 จะดูแลความเดือดร้อนของสมาชิกและครอบครัวหากได้รับการร้องขอ
4.ตท.11 สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระ ประมุข และ
5.ตท.11 จะยึดถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด
“ตู่”ใส่ไฟประยุทธ์เรียกถกปฏิวัติ
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ออกมากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร เนื่องจากทราบมาว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีการหารือที่กองทัพอากาศ โดยหัวโต๊ะมี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่ รวมทั้ง ผบ.ทอ. ผบ.ทร. รักษาการ ผบ.ตร. ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะต้องการจบชีวิตทางการทหารในวาระเกษียณที่ไม่ใช่ทรราชย์ ไม่อยากเดือดร้อนในบั้นปลาย
ทั้งนี้ในวงการพูดคุยต้องการปฏิวัติเพื่อให้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่กองทัพเรือ ตำรวจ และกรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ ไม่ยอมเล่นด้วย
สถุนขึ้น”มึง”ถามจะปฏิวัติใช่ไหม
นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้วางตัว พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ไว้แล้ว ดังนั้นกรณีนำรถหุ้มเกราะเข้า กทม. แล้วอ้างว่าเอามาซ่อมจึงฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้แกนนำเสื้อแดงจะหารือในวันที่ 27 มกราคม เพื่อกำหนดวันเดินหน้าไปที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ โดยถ้าเจอหน้าก็จะถามว่า
มึงจะยึดอำนาจจริงหรือเปล่า
อยากขอท้าทายให้ปฏิวัติ จะได้รู้จักประชาชน และจะได้จัดการทุกอย่างในคราวเดียวกัน
นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีม็อบเสื้อแดงเชียงใหม่บุกล้อมบ้านที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ชื่อดังมาพักว่า
ก็เป็นเรื่องปกติที่เวลาเจอคนที่ไม่ชอบหน้า และ นายเจิมศักดิ์ ก็ถือเป็นศัตรู คนอย่างนี้ อย่าว่าแต่ขว้างหินใส่เลย เจอหน้าควรตีกบาลด้วยซ้ำ
มั่วอ้าง”พ.ท.”สั่งเคลื่อนรถถัง
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค กรณีมีรถหุ้มเกราะเคลื่อนขบวนที่ ถ.วิภาวดีรังสิต ในช่วงค่ำวันที่ 25 มกราคมว่า ต้นสังกัดของรถถังอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์ และโรงซ่อมอยู่ที่ จ.นครราชสีมา พรรคจึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดต้องเคลื่อนรถถังเข้ามาใน กทม. ทั้งๆที่สามารถไปที่ จ.นครราชสีมา โดยตรงจะง่ายกว่า แต่ทั้งนี้ทราบมาว่า มีนายทหารยศพันโทชื่อนำหน้าด้วยตัวอักษร “ท” เป็นผู้รับคำสั่งให้นำรถถังไปจอดตามจุดต่างๆ เพื่อข่มขวัญพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและคนเสื้อแดง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า การเคลื่อนรถถังครั้งนี้แสดงนัยการเมืองหลายอย่าง โดยพรรคตั้งข้อสงสัยว่า
1.เป็นการส่งสัญญาณขู่พรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.เป็นการเตรียมปราบประชาชนที่จะมาชุมนุมกับม็อบเสื้อแดง และ3.เป็นการแสดงศักยภาพของกองทัพ หลังถูกลอบยิงด้วยระเบิดไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการแถลงข่าว นายจิรายุ และ นายพร้อมพงศ์ ต่างชี้ว่า ยานยนต์ที่ปรากฏบน ถ.วิภาวดี เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคม เป็นรถถัง ขณะที่กองทัพบกชี้แจงว่า เป็นรถหุ้มเกราะ
เหลิมถกจิ๋วเชื่อไม่ปฎิวัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.ของพรรค ได้เดินลงมาที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรค และเข้าไปนั่งหารือกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นการส่วนตัวในรถตู้ของ พล.อ.ชวลิต เป็นเวลา 15 นาที
จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงออกมาเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันหลายเรื่องโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับประชาธิปไตย ดังนั้นใครที่คิดจะเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้ ประชาชนคงไม่ยอม และทราบข้อมูลมาว่า มีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองที่อกหัก ผิดหวัง และเห็นว่ารัฐบาลไปไม่รอด ที่คิดเรื่องนี้
แต่ฟันธงไม่มีแล้วปฏิวัติ
เมื่อถามว่า แสดงว่า พรรคเพื่อไทยประเมินว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริงๆ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า “ถ้าไม่จริง ผมคงไม่เผ่นไปตั้งหลักถึงที่เขมรตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเข็ดตั้งแต่สมัย รสช. ยึดอำนาจ แต่เมื่อได้เช็คข่าวทุกอย่างก็ชัดเจน และเมื่อกี้ได้คุยกับ พล.อ.ชวลิต ก็เช็คข้อมูลแล้วก็ตรงกันว่าไม่มี จึงมั่นใจว่าหลังจากนี้ ฟันธงได้เลยจะไม่มีปฎิวัติ ทุกอย่างจบแล้ว รถถังที่เคลื่อนใน กทม. ก็ไม่มีอะไร เป็นไปตามข้อมูลที่กองทัพเขาชี้แจงนั่นแหละ”
แดงม็อบใหญ่เชียงใหม่26ม.ค.
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ มีรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำส่วนกลางใน กทม. เพื่อกำหนดแผนการชุมนุมเคลื่อนไหวซึ่งจะมีขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดต่อกัน 3 วัน คือระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม
เบื้องต้นได้กำหนดว่า วันที่ 27-28 มกราคม จะมาชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขับไล่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 จากนั้นจะมีการนำมวลชนจากพื้นที่อื่นๆ มาสมทบและย้ายไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟเดอะรอยัล เชียงใหม่ กอล์ฟคลับ อ.สันทราย ในวันที่ 29 มกราคม
source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196980