Archive for นรกจะกินกบาล

“ทส.จิ๋ว”ชี้ข่าวนั่งผบ.สส.กปช.เรื่องตลก

พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองสลวย นายทหารคนสนิทของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (กปช.) ว่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องโจ๊คเกอร์ ไม่รู้ว่าอยู่ๆ พล.อ.พัลลภ ออกมาพูดเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่ตนอยู่กับพล.อ.ชวลิต พล.อ.ชวลิตยึดแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง หรือมีแนวคิดในการใช้กองกำลัง หรือเป็นการตั้งกองทัพประชาชนอย่างที่มีข่าวออกมา ไม่รู้ว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร เชื่อว่า พล.อ.ชวลิต ยังไม่ทราบเรื่อง

แม้วคลั่งเร่งเกมทวงสมบัติ ตั้ง”จิ๋ว”ผบ.สส. คุมกองทัพปชช.สู้แตกหัก

ตั้ง”จิ๋ว”นั่งผบ.สส.คุมกองทัพปชช.
โดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ภายหลังเดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า เราได้หารือกันว่าตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

จึงได้ตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (กปช.) เรามีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพประชาชนนี้ เพื่อนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา แต่เราจะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง

เสธ.แดง-พัลลภดูแลยุทธศาสตร์
ขณะที่พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ซึ่งอยู่ระหว่างถูกพักราชการ กล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าพวกเราสมบูรณ์รวมเป็นหนึ่ง ทั้งพรรค แนวร่วม และกองกำลัง เพราะวันนี้มี พล.อ. พัลลภ และตนเอง ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการต่อสู้ จนตั้งเป็นกปช.เพราะตอนนี้ประชาชนแม้แต่ทหาร ตำรวจ ล้วนมีความเป็นสีแดงอยู่ภายในใจ แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออกเท่านั้น เพราะต่างก็เห็นความไม่ยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานจะมาร่วมกองทัพประชาชนของเราในการต่อสู้

ยื่นเงื่อนไขเจรจารบ.ก่อนแตกหัก

พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง และพรรคพท.หารือถึงแผนการต่อสู้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ และมีมติจัดตั้งเป็นกปช.เพื่อประกาศพร้อมเจรจากับรัฐบาล ก่อนแตกหักในปลายเดือนนี้

พล.ต.ขัตติยะกล่าว และว่าการเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ ไม่ได้ไปรับเงินเพื่อไปเคลื่อนไหว เพราะขนาดค่าตั๋วเครื่องบินยังออกกันเองเลย เพราะคน อย่างตนไม่มีเรื่องรับเงินอยู่แล้ว เรามีอุดมการณ์ในการต่อสู้ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เราทำเพื่อความยุติธรรม เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาธิปไตยที่แท้จริง

ให้ยุบสภา-เอารธน.ปี40กลับมาใช้

แต่ยอมรับว่ามาประชุมหารือกันว่า แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท. ทักษิณ จะเอาอย่างไร นายกฯทักษิณ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาล แต่ไม่ใช่ต่อรองเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่นายกฯทักษิณ ต้องการให้มีการยุบสภา แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ แล้วเลือกตั้งกันใหม่

ขีดเส้นตายรบ.ติดต่อก่อนปลายกพ.
พร้อมระบุว่า พวกตนเข้าใจพ.ต.ท.ทักษิณดีว่าไม่อยากให้เกิดความรุนแรง โดยท่านขอเวลาก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ เพื่อรอให้รัฐบาลติดต่อเจรจาเข้ามาเสียก่อน แต่เราคงมีเวลาให้แค่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถ้าช่วงนี้คุยกันได้ก็ดี แต่ถ้าเลยจากนี้เป็นขั้นการปลดปล่อยกองทัพประชาชนแล้ว นายกฯทักษิณจะไม่สามารถควบคุมม็อบได้แล้ว

เพราะเราตกลงกันแล้วว่า ถ้าพวกเราเดินหน้าท่านก็ไม่สามารถมาหยุดพวกเราได้แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่ รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรุนแรงหรือไม่ หากมีการชุมนุมใหญ่แล้ว ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาสั่งหยุดอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเดินหน้าเต็มที่

“แม้ว”ติดรับแขกงดจ้อการเมือง
ส่วนความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตข้อความในทำนองโทษแฟนๆว่า สาเหตุที่หายไป 2-3 วัน นั้นเนื่องจากมีเพื่อนมาเยี่ยมทั้งจากต่างประเทศและจากประเทศไทยหลายคณะ บางคนก็มีบุญคุณกับตนในช่วงลำบากอยู่ต่างประเทศ บางคนก็เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ต้องให้เวลาเขามากหน่อย จากนั้นไปดูโรงแรมที่สร้างอยู่กลางทะเลทราย ตีกอล์ฟบ้าง และพาไปดูการลงทุน

แดงไม่สนยึดทรัพย์ลุยลูกเดียว
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวยืนยัน ไม่ว่าคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกยึดทั้งหมด หรือยึดบางส่วนก็ตาม ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากพวกเราเคลื่อนไหวไปตามยุทธศาสตร์ซึ่งเรามีจุดยืนในการเคลื่อนไหว ชัดเจน ในการขับไล่รัฐบาลอำมาตย์และเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ยังคงเดินหน้าต่อไปไม่มีเปลี่ยนแปลง

นัดรวมพลหน้าค่ายทหารทั่วปท.
ทั้งนี้ในวันที้ 4 กุมภาพันธ์นี้กลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศจะไปชุมนุมที่หน้าหน่วยทหารของแต่ละ จังหวัดเพื่อประกาศ จุดยืนต้านการรัฐประหาร และเคลื่อนไหวในแนวทาง “ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์” โดยจะมอบดอกป๊อบปี้ให้เป็นกำลังใจแก่ทหารเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความ ผูกพันระหว่างคนเสื้อแดงและทหารของประชาชน โดยการชุมนุมจะจบลงภายในสองชั่วโมง

8กพ.บุกอัยการ-10กพ.ลุยสตช.
ส่วนในวันที่ 8 ก.พ. จะไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อทวงความคืบหน้า 3กรณีการบุกรุกครองบครองเขายายเที่ยง เขาสอยดาว และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันที่ 10 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณียึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบิรนดอนเมือง

15กพ.ล้อมกกต.ทวงคดียุบปชป.
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จากนั้นในวันที่ 12 ก.พ. ก็จะไปชุมนุมที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อถามความคืบหน้ากรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพรรคปชป.และในวันที่ 15 ก.พ. จะไปชุมนุมที่สำนักงาน กกต. เพื่อติดตามคดียุบพรรคปชป.หากปรานกกต.ยังไม่ยอมชี้ขาดก่อนถึงวันดังกล่าว สังคมไทยจะได้ถกเถียงกันเรื่องนี้อีกแน่นอน

ป้องจิ๋วไม่ได้ส่งสัญญานชี้นำศาล
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพท.คนใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าพล.อ.ชวลิต ไม่ส่งสัญญาณใดๆ เป็นเพียงการให้ความเห็น เมื่อมีสื่อมวลชน มาถามเท่านั้น ก็เป็นมองไปตามข้อมูลที่สาธารณชนและสังคมรับรู้อยู่แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีทรัพย์สินส่วนใหญ่มาก่อนจะมาเล่นการเมือง ดังนั้นจึงมองว่าอาจจะมีการยึดทรัพย์บ้าง ดังนั้น การให้สัมภาษณ์ดังกล่าว คงไม่ใช่การชี้นำอะไร อีกทั้งพล.อ.ชวลิต ก็ไม่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจในการเข้าไปล้วงหรือไปสั่งการได้

“บิ๊กตุ้ย”อาสากาวใจป็อก-เสธ.แดง
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผบ.ทบ. ระบุว่า จะขออาสาทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจากับ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อขอให้ยุติบทบาทการเคลื่อนไหวที่ส่งผลกระทบต่อกองทัพ ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะต้องใจกว้างและรู้จักการให้อภัยด้วยเพราะเท่า ที่ตนรู้จักเสธ.แดงเป็นคนเก่ง ถ้ารู้จักใช้ หากตนเป็นผู้บังคัญชาจะส่งไปภาคใต้เพราะเสธ.แดงทำงานเชิงลึกดีมาก เมื่อถามว่าในอนาคตพล.ต.ขัตติยะ มีสิทธิ์จะติดคุกหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าไปคิดถึงขนาดนั้น ทหารเราให้อภัยกันได้ ถ้าพล.ต.ขัตติยะลดบทบาทลงผบ.ทบ คงใจกว้างอยู่แล้ว

เชื่อศาลให้ความยุติธรรมทักษิณ
เมื่อถามถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท. ทักษิณ พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องมั่นใจกระบวนการยุติธรรม เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำในเรื่องความเป็นธรรม หากตนพูดมากไปก็ไม่ดี เพราะนามสุกลชินวัตร แต่ประชาชนทุกคนอยากเห็นความเป็นธรรม ส่วนที่อดีตคตส.ระบุว่าการยึดทรัพย์ต้องยึดทั้งหมดนั้น ตนคิดว่าพวกคตส.คือศัตรูที่ตั้งมาตรวจสอบไม่ใช่องค์กรกลาง ธงเขามีแบบนั้นเขาก็ต้องไปแบบนั้นแต่พอมาถึงศาลตนคิดว่าศาลมีความยุติธรรม

เชื่อไม่มีคนกล้าทำปฏิวัติ
ส่วนกระแสข่าวการปฏิวัตินั้น พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า คงไมมีใครกล้า เพราะรู้ว่าปฏิวัติแล้วเกิดอะไรขึ้น การทำปฏิวัติถ้ามีกระแสดังมากมักจะไม่เกิด หากจะเกิดต้องเงียบๆ ไม่มีใครรู้ถึงจะทำสำเร็จ อย่างครั้งที่แล้วที่สำเร็จเพราะไม่มีคนเชื่อว่าจะมีปฏิวัติแต่ครั้งนี้คน เชื่อมากว่าจะมีแน่ๆ ดังนั้นมันจะไม่มี และหากมีประชาชนก็เตรียมจัดการดังนั้น ใครกล้าก็ลองดู ตนอยากจะเห็นหน้าคนทำ

พท.ยังประโคมกระแสปฎิวัติ
ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส. ลพบุรี และรองโฆษกพรรคพท. กล่าวว่า เวลานี้อยากให้สื่อมวลชนจับตาไปที่เรื่องกระแสข่าวปฎิวัติ รัฐประหาร เพราะตนมีข้อมูลเชิงลึกว่า มีความพยายาม ที่จะก่อการปฎิวัติแน่นอน เพราะขณะนี้ชาติบ้านเมืองถึงทางตันเดินต่อไปไม่ได้ อีกทั้งคนบางคนอยากใหญ่ อยากเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมยังทราบข้อมูลมาด้วยว่ามีการล็อคเป้าไว้แล้วว่าหากเกิดการปฎิวัติยึด อำนาจ เมื่อไหร่จะมีการล็อคหิ้วตัวแกนนำทั้งของพรรคพท. และคนเสื้อแดงไปขังไว้เพื่อไม่ให้มีการก่อหวอดต่อต้านการปฎิวัติจึงอยากให้ สื่อมวลชนจับตาและติดตามเรื่องนี้จะดีกว่า

มาร์ควอนปชช.อย่าเป็นเหยื่อแดง
ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าทุกคนเข้าใจดีว่าตอนนี้ ที่มีการเคลื่อนไหวเข้มข้นนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ฉะนั้นทุกคนจึงพอจะเข้าใจว่าทำไมช่วงนี้จึงมีเหตุการณ์ ข่าว ข้อมูลแปลกๆ ขึ้นมาเป็นระยะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่จะไปห้ามคนที่อยากทำนั้นคงไม่ได้ จึงอยากขอความมือจากประชาชนอย่าไปเป็นเหยื่อขอความพยายามเคลื่อนไหวที่จะทำ ให้เกิดความวุ่นวาย

ก่อน26กพ.เคลื่อนไหวเข้มข้นแน่
เมื่อถามว่า หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ เหตุการณ์ จะดีขึ้นหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าความเคลื่อนไหวก่อนการตัดสินคดีจะเข้มข้น แต่ตอบไม่ได้ว่าหลังการตัดสินคดีแล้วจะคลี่คลายช้าหรือเร็ว แต่มี ความพยายามที่จะโหมการเคลื่อนไหวมากก่อนตัดสินคดีอย่างแน่นอน
เมื่อ ถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯเคยบอกว่าความวุ่นวายทางการเมืองจะมีไปจนถึงช่วงต้น เดือนมี.ค. นายกฯกล่าวว่าใช่ ตนคิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะการข่าวรายงานเป็นระยะๆเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆและเจ้า หน้าที่ได้จับตาอย่างใกล้ชิด

สั่งจับตากองกำลังจ้องป่วน
เมื่อถามว่าพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย(พท.) ระบุว่าคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกฯนั้น จะมีการยึดทรัพย์บางส่วน เรื่องนี้จะเป็นการชี้นำศาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นการวิเคราะห์ของพล.อ.ชวลิต
เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกี่ยวกับกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่จะเคลี่อนไหวใน ช่วงนี้ตามที่นายปณิธานวัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯระบุไว้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มีการตรวจสอบ มาตลอดและเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบางกลุ่มเพราะเห็นว่าไม่ ปกติโดยมีการชุมนุมและพยายามก่อให้เกิดความวุ่นวาย แต่เราพยายามไม่ให้ไปสู่จุดนั้น

ระบุถ้าปฏิวัติจะยิ่งวุ่นวายหนัก
นอกจากนี้นายกฯ ยังเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติเพราะถ้ามีการปฏิวัติหรือสมมุติว่าปฏิวัติ สำเร็จผลพวงที่จะตามจะวุ่นวายมากยิ่งขึ้น และตนก็คิดไม่ออกว่าใครที่จะไปแบกรับกับผลพวงที่ตามมา พร้อมกับยอมรับว่าขณะนี้มีความพยายามเสี้ยมให้เกิดความแตกแยกกันทั้งหมดทั้ง ในพรรคปชป. ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หรือกับองค์กรต่างๆ แต่รัฐบาลก็ไม่หวั่นไหว เรายังหนักแน่นอยู่

ถึงเวลาทักษิณต้องยอมรับผลกรรม
วันเดียวกันนี้นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “Quest Means Business” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น และเมื่อถูกตั้งคำถามว่าถึงเวลาที่จะสงบศึกกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

มันถึงเวลาสำหรับเขาแล้วที่จะต้องยอมรับผลของการกระทำที่ตามมา ถึงเวลาที่จะต้องเคารพกฎเกณฑ์ คำตัดสินของศาล แล้วเราจะพูดถึงการให้ความช่วยเหลือและดูว่าจะสามารถให้หนทางการแก้อะไรได้ บ้าง

“เทือก”ชี้บิ๊กจิ๋วคาดการณ์คดีแม้ว
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิตออกมากล่าวถึงคดีการยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อาจจะยึดไม่หมด เหลือคืนบางส่วนว่า ตนไม่มองว่ามีนัยยะอะไร คิดว่าคงคาดการณ์เอาตามความคิดของท่าน คงไม่สามารถพูดได้ว่า เป็นเรื่องถูก หรือผิด คนคาดการณ์ก็คาดการณ์ไปต่างๆนานา

ผมไม่ไปวิจารณ์อะไรที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องไป ถึงศาล เพราะผมเป็นคนที่ถูกสอนในเคารพ เชื่อในระบบศาล ผมก็เชื่อมั่นในระบบศาลสถิตยุติธรรมของประเทศไทย

ย้ำก.พ.-มีนาอาจมีเหตุรุนแรง
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมานัดให้ไปชุมนุมหน้าค่ายทหาร เพื่อต้านการปฏิวัตินั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนให้เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรักษาความสงบ กับเจ้าหน้าที่ก็มีการกำชับไปว่าให้ดูแลในพื้นที่รับผิดชอบของตัวเองไปซัก ซ้อมให้มีแผนงานรองรับสถานการณ์การชุมนุมแล้ว

ผมได้คาดการณ์อยู่ก่อนแล้วว่า ในช่วงเดือนก.พ.- มี.ค.อาจจะมีสถานการณ์ที่บางฝ่ายพยายามจะยั่วยุ หรือพยายามจะปลุกระดมให้มันปั่นป่วนให้เป็นปัญหาขึ้น เรามีหน้าที่ดูแลกฎหมาย เราก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าทหารจะมีความอดทนและอดกลั้นมากพอ

“สาทิตย์”ตอกจิ๋วรู้ได้ไงคดีแม้ว
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ชวลิตระบุว่าคดีพ.ต.ท.ทักษิณจะมีการยึดทรัพย์บางส่วนว่า ท่านทราบได้อย่างไร ว่าจะมีการยึดทรัพย์ ทั้งที่ยังไม่มีการพิพากษา ซึ่งเป็นการตั้งข้อ สังเกตล่วงหน้า โดยเราเองไม่อยากจะพูดให้ความเห็นเพราะเป็นการละเมิดก้าวล่วงศาล และขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงในสิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย(พท.)ทำ คือการบิดเบือนข้อเท็จจริง จนนำไปสู่เงื่อนไขการปลุกระดม

งัดสื่อรัฐตอบโต้กลุ่มเสื้อแดง
นายสาทิตย์ ยังกล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าเครือข่ายสื่อของรัฐจะเสนอรายการเพื่อการชี้แจงในหลากหลายรูป แบบ ทั้งสกุ๊ป และเสวนา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบใน 2 เรื่อง คือคดีของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีการโจมตีว่าพิจารณา 2 มาตรฐาน คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชิน และการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยจะเริ่มออกอากาศวันที่8-25 ก.พ. ทั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการบิดเบือนจนนำไปสู่ความวุ่นวายทางการ เมือง

เทพไทคาดแดงแตกหัก20กพ.
ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมหน้าค่ายทหารโดยอ้างต่อต้านการปฏิวัตินั้น ตนคิดว่าเป็นแผนการยั่วยุให้ทหารตบะแตกและนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อให้จบเกมโดยเร็ว โดยคาดว่าวันดีเดย์ของกลุ่มนปช.คือ วันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสำคัญที่จะเผด็จศึกล้มรัฐบาลให้ได้ แต่คิดว่ารัฐบาลและทหารคงจะไม่ตกหลุมพรางของคนเสื้อแดงแน่นอน

เย้ยนปช.ไปดูไบรับแผนแม้ว
ส่วนที่มีแกนนำ นปช. เดินทางไปนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตนั้น นายเทพไท กล่าวว่า กรณีมีการข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าจะเป็นการไปรับแผนอะไรบางอย่างจากนายใหญ่ หรือไม่ แต่หากมองโลกในแง่ดีก็มองได้ว่าถือโอกาสไปรับแต๊ะเอีย อั่งเป่าในช่วงตรุษจีน เพราะที่ผ่านมาในหลายเทศกาล ทั้งงานทำบุญเดือนสิบ เทศกาลชิงเปรต กลุ่มคนเหล่านี้ก็บินไปขอส่วนบุญส่วนกุศลและช่วงสงกรานต์คาดว่าก็อาจจะมีการ บินไปรับกันอีก

ซัดชวลิตสร้างกระแสกดดันศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ชวลิต ระบุถึงกรณีคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าศาลจะคืนเงินบางส่วนนั้นจะถือเป็นการชี้นำศาลหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าพล.อ.ชวลิตมีญาณวิเศษหรือไม่ เพราะหลายครั้งได้พูดออกมาเหมือนล่วงรู้คำพิพากษา แม้กระทั่งคำพิพากษาของศาลกัมพูชากรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรคนไทยที่ถูกศาลกัมพูชาจับ ก็ล่วงรู้ก่อน โดยทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษไว้ล่วงหน้าแล้ว

ไม่รู้ว่าพล.อ.ชวลิตล่วงรู้จริงๆ หรือรู้แบบตีปลาหน้าไซกันแน่ แต่เชื่อว่าป็นการออกมากดดันผ่านความเห็นของพล.อ.ชวลิตเป็นการสร้างกระแส เรื่องคำพิพากษา

ใบปลิวว่อนกองทัพเลิกอุ้มรบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ได้มีผู้นำใบปลิวจำนวนกว่า 100 ใบ ไปวางไว้ที่หน่วยงานหนึ่งในกองทัพอากาศ มีเนื้อหาเขียนโจมตีรัฐบาล และการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องให้ทหารเลิกยืนข้างรัฐบาล ด้วยการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงว่า อย่าเอาปืนมาค้ำกบาล-มาค้ำตำแหน่งนายกฯและให้ยุบสภาหรือลาออกได้แล้ว

“ทรงกิตติ”ถามปฏิวัติเพื่ออะไร
ส่วนพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปฏิวัติว่า เป็นเพียงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ทราบที่มาของข่าว ซึ่งคิดว่าไม่มีใครจะทำการปฏิวัติ และไม่ทราบเหตุผลว่าจะทำปฏิวัติเพื่ออะไร การพัฒนาประเทศสามารถทำได้โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศชุมนุมที่หน่วยทหารทั่วประเทศนั้น การดำเนินการของกลุ่มใด หรือประชาชนใดก็ตาม หากเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบกฎหมาย ขออย่าได้กังวลใจ ซึ่งการแสดงออกถือเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในขอบเขต รู้หน้าที่และความรับผิดชอบ

“เจ๊สดศรี”ไม่กลัวถูกทำร้าย
ทางด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข่าวการลอบทำร้าย ว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลเป็นระยะๆ ซึ่งได้รับการประสานงานด้านความปลอดภัย เรื่องการปองร้ายตามที่เป็นข่าวไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ทุกฝ่ายต่างพยายามทำงาน ทั้งการพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคปชป.และคดีอื่นๆ ก็เป็นการทำเพื่อประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ของนักการเมืองหรือกลุ่มใด จึงไม่ได้กลัวเรื่องที่จะถูกทำร้ายอะไร

source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=198019

มติครม.แต่งตั้งทหาร คุมแดงป่วน ล้มพิพากษายึดทรัพย์

ครม.เตรียมพร้อมใช้พรบ.มั่นคง

โดย นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงเรื่องดังกล่าวภายหลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 26 มกราคมว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์การชุมนุมของม็อบเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะใช้กฎหมายทั่วไปในการควบคุมก่อน แต่หากสถานการณ์รุนแรงก็พร้อมประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง ได้ทันที และจะมีการเฝ้าระวังตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงการชุมนุม

ถกลับสมช.ตั้งทหารเป็นผู้ช่วยตร.

นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า ครม. ยังมีมติแต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ช่วยพนักงานตำรวจนับตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป เพื่อช่วยเข้ามาดูแลสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ ครม.มีมติดังกล่าวออกมา เนื่องจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้นำรายงานประเมินสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณาของที่ ประชุมเป็นวาระจร และขอให้เป็นการประชุมลับ จากนั้น นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงนำเอกสารแจกให้รัฐมนตรีเพื่อประกอบรายงาน และขอให้ส่งเอกสารคืนในช่วงท้าย

เตือนเสื้อแดงป่วนใหญ่19-28กพ.

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นายถวิล ได้อ้างถึงการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการประเมินว่า ก่อนจะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าจะมีความเคลื่อนไหวจากม็อบเสื้อแดงเพื่อคัดค้านการพิจารณาคดี โดยการชุมนุมมีแนวโน้มเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะระหว่าง 19-28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงวันสุก-ดิบก่อนและหลังการพิพากษาคดีดังกล่าว รัฐบาลจึงควรมีนโยบายเพื่อควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย

งัดพรบ.กลาโหมส่งทหารคุม

จากนั้น ครม. จึงมีมติรับทราบรายงานของ สมช. พร้อมกับเห็นชอบตามข้อเสนอ คือ ให้ทหารเข้าเป็นเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ ในการควบคุมดูแลความสงบของม็อบเสื้อแดงนับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมเป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นไปตาม พรบ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 8 (5) ที่ให้ใช้มติ ครม. สั่งการให้ทหารปฏิบัติการอื่นๆ นอกเหนือจากปฏิบัติการทางทหารได้

ปณิธานรับประเมินป่วน3ระดับ

ขณะที่ นายปณิธาน ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยยอมรับว่า นายสุเทพ ได้เสนอรายงานวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงต่อที่ประชุม ครม. โดยประเมินว่า ก่อนจะถึงวันพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น 3 ระดับจากม็อบเสื้อแดง ตั้งแต่ระดับดาวกระจายทั่วไป ระดับรุนแรงปานกลาง และรุนแรงที่สุด

โดยระดับดาวกระจายทั่วไป ก็จะมีการปิดล้อมบ้านบุคคลสำคัญ เช่น ผู้นำทางการเมือง ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมหรือองค์กรอิสระ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง สถานีตำรวจ สนามกอล์ฟเอกชน โดยจะเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เพื่อโจมตีว่า รัฐบาล 2 มาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า คดีความต่างๆ มีขั้นตอนอย่างไร เพราะบางคดีต้องใช้เวลาเป็นปี จะไปเร่งรัดไม่ได้

นายปณิธาน กล่าวว่า ส่วนขั้นที่รุนแรงกว่านั้น คือ การชุมนุมขนาดใหญ่ เพื่อผลักดันให้เกิดวิกฤติที่แปรปรวน กดดันให้ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยวิธีนอกประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วง 5-7 วันสุดท้ายก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์

เป้าหมายสุดท้ายล้มวันพิพากษา

เป้าหมายสุดท้าย หรือ End Games คือ ไม่ยอมรับการตัดสินใจคดียึดทรัพย์ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหากระบวนการยุติธรรมมาตลอดว่า 2 มาตรฐาน ดังนั้นยิ่งใกล้วันตัดสินก็จะยิ่งอันตรายและรุนแรงมากขึ้น เพราะเขาจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการตัดสินคดี ซึ่งเชื่อมโยงกับข่าวการปฏิวัติรัฐประหารทั้งที่ไม่มีปัจจัยอะไรทำให้เกิด ได้ แต่เขาก็ปล่อยข่าวเพื่อยั่วยุให้สถานการณ์รุนแรง นำไปสู่จุดเปลี่ยนและทำให้ไม่สามารถตัดสินคดีได้

แฉ”แดงตุลา”มองแม้วจุดอ่อน

นายปณิธาน ยังวิเคราะห์ด้วยว่า เวลานี้กลุ่มเสื้อแดงแยกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแดงตุลา ซึ่งใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเครื่องมือปลุกระดมคนให้เท่านั้น ไม่มองว่า จุดสุดท้ายของเกมนี้อยู่ที่การตัดสินคดียึดทรัพย์ และแม้ไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มนี้ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้ ในทางกลับกันเริ่มมีการมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดอ่อนที่จะทำให้ถูกโจมตีกลับด้วยซ้ำ

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ เป็นคนที่เคยมีประสบการณ์ใช้ความรุนแรงในการชุมนุม ต้องการเห็นเลือด ใช้กำลัง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด และเราเฝ้าระวังมากที่สุด และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มแดงตามกระแสนิยม ถนัดในการใช้สื่อปลุกระดมมวลชน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่คอยประสานงานทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเคยมีอำนาจทางการเมือง และคอยติดต่อประสานงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอดเวลา

เชื่อสุดท้ายแตกคอไม่มีเหลือ

หน่วยความมั่นคงกำลังเฝ้าดูการเคลื่อนไหวทั้ง 3 กลุ่ม เราให้คนอ่านตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีการตัดตอนเพื่อไม่ให้จับได้ โดยแยกกันระหว่างเจ้าของเว็บบอร์ด กับเจ้าของเว็บไซต์ นอกจากนี้ก็มีการติดตามการนัดหมายทางวิทยุชุมชนหรือทางเอสเอ็มเอส แต่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายที่จะดักฟังโทรศัพท์อย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็น สิ่งผิดกฎหมาย และสุดท้ายแล้วหากภารกิจของทั้ง 3 กลุ่มประสบผลสำเร็จพวกเขาก็จะขัดแย้งกันเอง แต่ช่วงนี้ต้องอยู่ด้วยกันเพราะสถานการณ์เหมือนกับการแต่งงานด้วยความจำเป็น วันหนึ่งข้างหน้าก็ต้องหย่าร้าง

ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นหากมีการปฏิวัตินั้น นายปณิธาน กล่าวว่า เป็นแค่นวัตกรรมทางการเมืองเร้าใจให้มวลชนเสื้อแดงเห็นว่า จะมีเกมให้เล่นหลังคดียึดทรัพย์ แต่ความจริงเป็นไปไม่ได้ เพราะการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นส่วนใหญ่จะทำในภาวะสงคราม และต้องมีประเทศมหาอำนาจในองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)รับรอง ลำพังกัมพูชารับรองไม่สามารถตั้งได้

“บิ๊กป้อม”ชี้ปฏิวัติคิดกันไปเอง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติว่า ไม่มีหรอก ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็เคยยืนยันเรื่องนี้ไปแล้ว

เมื่อถามว่า ปัจจัยการเมืองเวลานี้มีผลกระทบต่อกระแสการปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า น่าจะเป็นเรื่องคิดกันไปเอง คงไม่มีอะไร การเมืองก็แก้ปัญหาของการเมืองไป

เทือกช่วยการันตีผู้นำเหล่าทัพ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมจึงมีการโหมกระแสปฏิวัติในช่วงนี้ แต่เท่าที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้นำเหล่าทัพมาตลอด ขอยืนยันว่า ผู้นำเหล่าทัพในยุคนี้ ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย ไม่มีแนวคิดที่จะทำปฏิวัติรัฐประหาร

ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า จุดประสงค์ที่โหมโรงข่าวปฏิวัติในขณะนี้เพื่ออะไร แต่เท่าที่ติดตามข่าวกระบวนการของลูกน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ มีแผนการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้ทหารทนไม่ได้ และจะได้เอาไปขยายผลเพื่อเรียกร้องประชาชนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ให้กว้างขวาง ขึ้น ซึ่งจะเข้าแผนที่เรียกว่าปฏิวัติประชาชน แต่สำหรับทหารผมยืนยันได้ว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน

ทบ.แจงรถหุ้มเกราะโผล่กลางกรุง

วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีรถหุ้มเกราะของทหารออกมาวิ่งบน ถ.วิภาวดี-รังสิต หลายสิบคันเมื่อกลางดึกวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นเกรงว่า การปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ และบริวาร จะกลายเป็นความจริงขึ้นมาว่า รถดังกล่าวเป็นรถหุ้มเกราะ V150 สังกัดกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ จำนวน 22 คัน จากที่มีทั้งหมด 113 คัน โดยนำออกมาเพื่อส่งซ่อมที่กรมสรรพวุธทหารบก จ.ปทุมธานี ก่อนนำส่งไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพที่ประเทศซูดานในเดือนพฤษภาคม

เมื่อถามว่า ทำไมต้องนำออกมาซ่อมในช่วงเวลานี้ พ.อ.สรรเสริญ ตอบว่า กองทัพดำเนินการไปตามแผนปฏิบัติการตามปกติไม่ได้คิดถึงกระแสทางด้านการเมือง แต่อย่างใด เนื่องจากรถหุ้มเกราะรุ่นดังกล่าวใช้งานมาตั้งแต่ 2521 ดังนั้นก่อนจะมีการส่งไปปฏิบัติการยังต่างประเทศ จึงต้องดูแลซ่อมแซมก่อน อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ทุกครั้งที่กองทัพจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อน แต่ครั้งนี้อาจทำได้ไม่ทั่วถึง จึงต้องขอโทษประชาชนด้วย

ตบปากพท.มั่วปูดถกปฏิวัติ

ด้าน พ.ท.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผบ.กองปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วย “ฉก.90″ กรมรบพิเศษที่ 3 จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นอดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ชี้แจงกรณี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย อ้างนายทหารและคนสนิท “พล.อ.ส” และ ฉก.90 ประชุมลับกันที่กองพลทหารราบที่2 รักษาพระองค์ (พล. ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการปฏิวัติว่า ไม่เคยไปประชุมกับใครเรื่องนี้ และไม่น่าจะมีการหารือดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่มองว่าเป็นเรื่องตลก และคนที่พูดคงไม่รู้จริง

เช่นเดียวกับ พ.อ.ชัยชนะ นาคเกิด เสนาธิการกองพลรบพิเศษที่ 1 อดีต หน.รปภ. และฝ่ายเสธ. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่เคยไปประชุมเรื่องดังกล่าว แต่คาดว่าจะเป็นเพียงการปล่อยข่าวสร้างกระแสมากกว่า

พล.ร2รอ.ยันมีแค่ทอ.มาดูงาน

พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร2 รอ. ค่ายพรหมโยธี ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หรือ ฉก.90 ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชา หรือสังกัด ของ พล.ร 2 รอ. แต่อย่างใด ที่ผ่านมามีหน่วยงานอื่นที่เข้ามาศึกษาดูงานใน พล. ร.2 รอ. แต่ฝ่ายข่าวของทหารอากาศที่มาดูงาน และนายทหารที่อบรมหลักสูตรชั้นนายพัน ที่มาฝึกงานตรวจภูมิประเทศ ไม่มีการประชุม หรือเกี่ยวกับการปฏิวัติใด ๆ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี และขอยืนยันว่าไม่มีการปฏิวัติ

นัดแสดงพลังป้องผบ.ทบ.

ด้าน พ.ท.จิระสิทธิ์ จันทร์มี รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เผยว่า ในเวลา 08.30 น. วันที่ 27 มกราคม ที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นายทหารและกำลังพลสังกัดกรมทหารราบราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ที่เป็นกำลังรบหลัก จาก 3 กองพันจำนวนกว่า 1,000 คน จะรวมตัวกันที่หน้ากองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) มี พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์เป็นแกนนำ จะพากันแสดงพลังร่วมปกป้องสถาบันทหาร เพื่อแสดงจุดยืนของทหารในสังกัดที่ไม่ต้องการให้มีบุคคลออกมากร้าวร้าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

ตท.11นัดถกปัญหาเสธ.แดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้กลุ่มนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 11 (ตท.11) ซึ่งเป็นเพื่อร่วมรุ่น พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้นัดหารือกันที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ภายหลังจากแกนนำของรุ่นนำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และ พล.ต.วิฑูรย์ ดิษยบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เคยพบกับ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อจะได้กลับมารับราชการต่อ แต่ก็ถูก พล.ต.ขัตติยะ ปฏิเสธที่จะทำตาม

ลงมติลอยแพ-ไม่ยุ่งการเมือง

ทั้งนี้ภายหลังจากการหารือ ที่ประชุมนายทหาร ตท. 11 จึงมีมติเอกฉันท์ออกมา 5 ข้อ ประกอบด้วย
1.ตท 11 จะไม่เข้าไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับการเมือง การดำเนินการทางการเมืองของสมาชิกคนหนึ่งคนใด
2.การแสดงความคิดเห็นหรือสนับสนุนต่างๆ ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลของแต่ละคน
3.ตท.11 จะดูแลความเดือดร้อนของสมาชิกและครอบครัวหากได้รับการร้องขอ
4.ตท.11 สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระ ประมุข และ
5.ตท.11 จะยึดถือและปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด

“ตู่”ใส่ไฟประยุทธ์เรียกถกปฏิวัติ

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ออกมากล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร เนื่องจากทราบมาว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม มีการหารือที่กองทัพอากาศ โดยหัวโต๊ะมี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่ รวมทั้ง ผบ.ทอ. ผบ.ทร. รักษาการ ผบ.ตร. ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะต้องการจบชีวิตทางการทหารในวาระเกษียณที่ไม่ใช่ทรราชย์ ไม่อยากเดือดร้อนในบั้นปลาย

ทั้งนี้ในวงการพูดคุยต้องการปฏิวัติเพื่อให้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ก็ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่กองทัพเรือ ตำรวจ และกรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ ไม่ยอมเล่นด้วย

สถุนขึ้น”มึง”ถามจะปฏิวัติใช่ไหม

นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้วางตัว พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ไว้แล้ว ดังนั้นกรณีนำรถหุ้มเกราะเข้า กทม. แล้วอ้างว่าเอามาซ่อมจึงฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้แกนนำเสื้อแดงจะหารือในวันที่ 27 มกราคม เพื่อกำหนดวันเดินหน้าไปที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ โดยถ้าเจอหน้าก็จะถามว่า

มึงจะยึดอำนาจจริงหรือเปล่า

อยากขอท้าทายให้ปฏิวัติ จะได้รู้จักประชาชน และจะได้จัดการทุกอย่างในคราวเดียวกัน

นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีม็อบเสื้อแดงเชียงใหม่บุกล้อมบ้านที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ชื่อดังมาพักว่า

ก็เป็นเรื่องปกติที่เวลาเจอคนที่ไม่ชอบหน้า และ นายเจิมศักดิ์ ก็ถือเป็นศัตรู คนอย่างนี้ อย่าว่าแต่ขว้างหินใส่เลย เจอหน้าควรตีกบาลด้วยซ้ำ

มั่วอ้าง”พ.ท.”สั่งเคลื่อนรถถัง

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค กรณีมีรถหุ้มเกราะเคลื่อนขบวนที่ ถ.วิภาวดีรังสิต ในช่วงค่ำวันที่ 25 มกราคมว่า ต้นสังกัดของรถถังอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์ และโรงซ่อมอยู่ที่ จ.นครราชสีมา พรรคจึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดต้องเคลื่อนรถถังเข้ามาใน กทม. ทั้งๆที่สามารถไปที่ จ.นครราชสีมา โดยตรงจะง่ายกว่า แต่ทั้งนี้ทราบมาว่า มีนายทหารยศพันโทชื่อนำหน้าด้วยตัวอักษร “ท” เป็นผู้รับคำสั่งให้นำรถถังไปจอดตามจุดต่างๆ เพื่อข่มขวัญพรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและคนเสื้อแดง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า การเคลื่อนรถถังครั้งนี้แสดงนัยการเมืองหลายอย่าง โดยพรรคตั้งข้อสงสัยว่า
1.เป็นการส่งสัญญาณขู่พรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
2.เป็นการเตรียมปราบประชาชนที่จะมาชุมนุมกับม็อบเสื้อแดง และ3.เป็นการแสดงศักยภาพของกองทัพ หลังถูกลอบยิงด้วยระเบิดไปก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการแถลงข่าว นายจิรายุ และ นายพร้อมพงศ์ ต่างชี้ว่า ยานยนต์ที่ปรากฏบน ถ.วิภาวดี เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคม เป็นรถถัง ขณะที่กองทัพบกชี้แจงว่า เป็นรถหุ้มเกราะ

เหลิมถกจิ๋วเชื่อไม่ปฎิวัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.ของพรรค ได้เดินลงมาที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรค และเข้าไปนั่งหารือกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นการส่วนตัวในรถตู้ของ พล.อ.ชวลิต เป็นเวลา 15 นาที

จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงออกมาเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันหลายเรื่องโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งต่างเห็นตรงกันว่า ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับประชาธิปไตย ดังนั้นใครที่คิดจะเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้ ประชาชนคงไม่ยอม และทราบข้อมูลมาว่า มีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองที่อกหัก ผิดหวัง และเห็นว่ารัฐบาลไปไม่รอด ที่คิดเรื่องนี้

แต่ฟันธงไม่มีแล้วปฏิวัติ

เมื่อถามว่า แสดงว่า พรรคเพื่อไทยประเมินว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นจริงๆ ร.ต.อ.เฉลิม ตอบว่า “ถ้าไม่จริง ผมคงไม่เผ่นไปตั้งหลักถึงที่เขมรตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเข็ดตั้งแต่สมัย รสช. ยึดอำนาจ แต่เมื่อได้เช็คข่าวทุกอย่างก็ชัดเจน และเมื่อกี้ได้คุยกับ พล.อ.ชวลิต ก็เช็คข้อมูลแล้วก็ตรงกันว่าไม่มี จึงมั่นใจว่าหลังจากนี้ ฟันธงได้เลยจะไม่มีปฎิวัติ ทุกอย่างจบแล้ว รถถังที่เคลื่อนใน กทม. ก็ไม่มีอะไร เป็นไปตามข้อมูลที่กองทัพเขาชี้แจงนั่นแหละ”

แดงม็อบใหญ่เชียงใหม่26ม.ค.

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ มีรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำส่วนกลางใน กทม. เพื่อกำหนดแผนการชุมนุมเคลื่อนไหวซึ่งจะมีขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดต่อกัน 3 วัน คือระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม

เบื้องต้นได้กำหนดว่า วันที่ 27-28 มกราคม จะมาชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขับไล่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 จากนั้นจะมีการนำมวลชนจากพื้นที่อื่นๆ มาสมทบและย้ายไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟเดอะรอยัล เชียงใหม่ กอล์ฟคลับ อ.สันทราย ในวันที่ 29 มกราคม

source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196980

“นายกฯ” ขึ้นเบิกความคดีอริสมันต์หมิ่น

ในเวลา 09.00 น.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อเป็นพยานขึ้นเบิกความด้วยตนเอง ในคดีที่ นายอภิสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีเมื่อวันที่ 11 และ 17 ตุลาคม 2552 จำเลยได้กล่าวปราศรัยให้ประชาชนทั่วไปที่ฟังและชมการถ่ายทอดสด ทางสถานีโทรทัศน์ People Channel

โดยมีคำพูดพาดพิงถึงโจทก์ต่อสถาบันโดยมิบังควร พร้อมทั้งกล่าวหาโจทก์ว่า หน่วงเหนี่ยวคำร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกล่าวหาโจทก์เป็นผู้สั่งฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ชุมนุมช่วงเดือนเมษายน 2552 ซึ่งคำปราศรัยของจำเลยล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=428540&lang=T&cat=

หัวโจกเสื้อแดงแตกคอ จัดม็อบลุยต่างจังหวัด

ยังลังเลลุย”เชียงใหม่-ภูเก็ต”

ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงยังประกาศให้กลุ่มเสื้อแดงเตรียมตัวไปชุมนุมที่สนามกอล์ฟเชียงใหม่ในวันที่ 29 มกราคมนี้ จากนั้นก็จะไปชุมนุมต่อที่ภูเก็ต มีรายงานข่าวจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เผยว่ากรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะเดินสายไปชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น หลายคนไม่เห็นด้วย โดยบอกว่า ไม่ใช่เป็นพื้นที่ชี้ขาดในการแพ้ชนะ แต่ควรจะเตรียมตัวเพื่อชุมนุมที่กรุงเทพดีกว่าเพราะเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง อย่ากรณีการชุมนุมที่กลุ่มสอยดาว ก็ทำอะไรไม่ได้ เหนื่อย ไม่คุ้ม ไม่มีกองหนุน ชุมนุมยืดเยื้อไม่ได้ และไม่รู้ว่าผู้ชุมนุมติดไข้มาลาเรียกลับไปเป็นของแถมหรือไม่

ดังนั้นโปรแกรมไปชุมนุมที่เชียงใหม่ ในวันที่ 29 มกราคมนี้ จึงยังไม่มีความชัดเจน ที่สำคัญคนเชียงใหม่ที่เขาทำมาหากินโดยบริสุทธิ์ใจคงไม่เล่นด้วยเพราะจะ ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ซ้ำเติมเศรษฐกิจเชียงใหม่อีก ดังนั้นจึงต้องไปประชุมร่วมกันอีกหนว่าจะมีทางออกอย่างไร

แดงเชียงใหม่คุกคาม”เจิมศักดิ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว.กรุงเทพ ได้พาสื่อมวลชน จากบริษัทวอดด๊อก จำกัด จำนวน 50 คน ไปสัมนาที่เชียงใหม่โดยทางรถไฟ เมื่อลงจากรถไฟปรากฎว่ากลุ่มแท็กซี่เสื้อแดงเชียงใหม่จำ ดร.เจิมศักดิ์ ได้ โดยอ้างว่า ดร.เจิมศักดิ์ เป็นเสื้อเหลืองทั้งยังก่อกวน ดร.เจิมศักดิ์ และออกวิทยุเสื้อแดงเชียงใหม่ประกาศว่า ดร.เจิมศักดิ์ มาเชียงใหม่แล้วให้เตรียมพร้อม อย่างไรก็ตาม ดร.เจิมศักดิ์ ได้ขึ้นรถส่วนตัวที่พรรคพวกมารับไปยังบ้านโป่งกุม ดอยสะเก็ต ซึ่งใช้เป็นพื้นที่สัมนา

ต่อมาในบ่ายวันอาทิตย์ ทางตำรวจเชียงใหม่ ได้ไปพบ ดร.เจิมศักดิ์ บอกกลุ่มเสื้อแดงได้ปลุกระดมทางวิทยุ 92.5 เม็กกะเฮิร์ตอย่างต่อเนื่อง บอกให้สมาชิกกลุ่มเสื้อแดง ระดมพลมาที่บ้านพักดอยสะเก็ต โดยมี ดร.เสรี วงศ์มณฑา จะมาด้วย ขอให้ ดร.เจิมศักดิ์ หลบไปก่อน ซึ่งทางดร.เจิมศักดิ์ บอกว่าหากตนออกไปแล้วหมู่บ้านสงบก็ดีใจไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อ ดร.เจิมศักดิ์ ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว กลุ่มเสื้อแดงก็เดินทางไปถึงและจุดพลุ ล้อมบ้านที่ดอยสะเก็ต โดยมีตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิด

มาร์คชี้แม้ววิเคราะห์เรื่อยเปื่อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน ออกมาระบุว่า หากมีการปฏิวัติพร้อมตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้ว่า ไม่ขอให้ความเห็น เพราะมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงวิเคราะห์สถานการณ์ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีการวิเคราะห์มาเยอะมาก และจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นตอนไหน เพราะตอนนี้ยังไม่มีกรณีเช่นนั้น และหากมีการปฏิวัติก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

เตือนแม้วอย่าเผาบ้านเผาเมือง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทั่วโลก คงไม่มีใครยอมรับรัฐบาลพลัดถิ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ เพราะการตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นโดยทั่วไป ต้องเกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติ แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกปฏิวัติมาตอนปี 2549 จนมีรัฐบาลที่มาจากพรรคพวกตัวเองมา 2 รัฐบาล จนมาถึงรัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่หากพ.ต.ท.ทักษิณต้องการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นจริงก็คงตั้งได้แค่ในประเทศ กัมพูชาและปาปัวนิวกีนี แต่เชื่อว่าหากมีการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นจริง ก็ไม่กระทบกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และไม่น่ากลัวอะไร ตนขออย่างเดียว อย่าเผาบ้านเผาเมืองเหมือนตอนเดือนเมษายนปี 2552 เพราะบ้านเมืองจะทรุดไปอีกหลายเดือน

นายเทพไท เสนพงศ์ ในฐานะโฆษกส่วนตัวนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษหนีคดีไม่ความสามารถสร้างความชอบธรรมกับประชาคมโลก ให้รองรับการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นได้อย่างไร และเชื่อว่ากัมพูชาคงไม่เล่นด้วย อย่างนายฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ก็ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เฉพาะให้ที่กบดานในฐานะเพื่อนเท่านั้น

กษิตประณามเสื้อแดงทำลายชาติ

นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดีว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่หลักของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นการให้ความร่วมมือหน่วยงานยุติธรรมติดตามตัวนักโทษหนีการรับโทษ ตนเองและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่ด้วยความแข็งขัน

ส่วนที่ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เตรียมลงนามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระหว่างกัน นายกษิต กล่าวว่า หากมีผลบังคับใช้แล้วก็ต้องดูว่าในข้อตกลงว่ามีรายละเอียดอย่างไร เพราะสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต้องเชื่อมโยงกับข้อกฏหมายของแต่ละ ประเทศด้วย เราไม่ควรคาดการณ์ก่อนว่าเขาจะปฏิเสธ ซึ่งเราต้องเคารพในอธิปไตยของเขา ขณะเดียวกันเขาก็ต้องเคารพเราด้วยเช่นกัน สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนั้น ตนเองเห็นว่าไม่เห็นมีปัญหาอะไร เป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยตามสิทธิเสรีภาพ แต่สิ่งที่ไม่ด้วยคือการใช้ความรุนแรง การข่มขู่ทำร้ายร่างกายที่จะเอากันถึงชีวิต ทำลายเผาบ้านเมือง ล้มล้างรัฐบาลที่มาตามกฏหมาย อันนี้ไม่มีสิทธิ ไม่ถูกต้อง จึงขอประณาม และเป็นสิ่งที่สังคมต้องช่วยกันปฏิเสธ

นพดลพร้อมแจกข้อมูลทักษิณ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดแนวความคิดที่จะทำหนังสือข้อเท็จ จริงเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แจกเป็นแสนเล่ม

ขอให้รัฐบาลให้เลิกทำสงครามโฆษณาชวนเชื่อ แต่ให้ทำสงครามความจริงดีกว่า และถ้ารัฐบาลทำอย่างนั้น กลุ่มคนรักทักษิณจะทำเอกสารแสนฉบับแจกประชาชนเหมือนกัน เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่เริ่มเป็นตำรวจ เรื่องทรัพย์สิน และความจริงตั้งแต่เหตุการณ์ยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ระบบสองมาตรฐาน ขบวนการล้มล้างรัฐบาลของประชาชน ไม่มีการใส่ร้ายบุคคลใดหรือกระทบกระเทือนอำนาจองค์การใด

สัมมนากรณี”เขายายเที่ยง”

วันเดียวกันมีการเสวนาเรื่อง “2 มาตรฐาน แนวโน้มความรุนแรงในสังคมไทย กรณีศึกษาเขายายเที่ยงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย และนายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ เป็นผู้เสวนา

นายปลอดประสพ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ในการรักษาพื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าพื้นที่ตรงนั้นจะมีประชาชนที่ยากไร้อาศัยอยู่ก็ตาม แต่ก็ต้องทำ ซึ่งสมัยที่ตนยังดำรงตำแหน่งอยู่ก็โดนโจมตีอยู่ แต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ พื้นที่บริเวณเขายายเที่ยง เกิดจากการสร้างเขื่อนลำตะคองที่ต้องอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณก่อสร้าง เขื่อน ดังนั้นจึงอพยพประชาชนไปอยู่ที่เขายายเที่ยง แต่ห้ามขายสิทธิ จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าเดิมประชาชนอยู่บนยอดเขาหรือไม่ แต่เมื่อไปดูแผนที่เก่าเพื่อตรวจสอบ แผนที่ดังกล่าวกลับหายไป จึงยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ส่วนกรณีที่อัยการไม่ดำเนินคดีทางอาญากับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เพราะไม่มีเจตนาครอบครองไม่อยากวิจารณ์แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า คำว่าครอบครองมีความหมายอย่างไร ทั้งที่ มีการล้อมรั้วบ้าน ก่อสร้างบ้าน ถือว่าเป็นเจตนาครอบครองหรือไม่ และมีการตั้งข้อสังเกตว่าไม้ที่ใช้สร้างบ้านเป็นไม้อะไร

เคยสั่งฟ้อง”ชาตรี โสภณพนิช”

นายปลอดประสพ กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ที่เป็นเจ้าของเขาสอยดาวคนหนึ่งคือ นายชาตรี โสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) คดีนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ตนเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งตนสั่งฟ้องเรื่องนี้เอง นายชาตรี เคยบอกกับตนว่าถ้าผิดก็เพราะไม่รู้จริงๆ ขอให้บอกว่าเป็นพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าตรงไหนก็พร้อมจะคืน ส่วนที่เป็น นส.3 ก็ต่อสู้ไปว่าได้มาอย่างไร เพราะวันนี้ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดที่มีน้ำตก แต่พื้นที่ของสนามกอล์ฟปิดอยู่ จึงขอแนะนำว่าให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ไปชื่นชมน้ำตกบ้าง

หวั่นเกิดสงครามกลางเมือง

ด้าน นายธีระ กล่าวว่า กรณีเขายายเที่ยงเป็นตัวสะท้อนสองมาตรฐานอย่างหนึ่ง เพราะคนใหญ่คนโตอาจจะไม่ต้องรับโทษ สะท้อนให้เห็นปัญหาของโครงสร้างทางกฎหมายในสังคมไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้ปัจจุบันให้ดาบกับองค์กรที่มีบทบาทสำคัญที่เกิดขึ้น หลังรัฐประหารมากเกินไปหรือไม่ อีกทั้งการดำเนินคดีบางเรื่องก็เร็ว บางเรื่องก็หายไปเลย ทำให้เกิดข้อสงสัยได้ว่าเอามาตรฐานอะไรมาวัดว่าเรื่องใดต้องนำมาพิจารณาก่อน หลัง

นายธีระ กล่าวว่า ระบบสองมาตรฐานเกิดมาจากความตั้งใจและจะดำเนินต่อไปและเข้มข้นเรื่อย ๆ จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะหมดไป ซึ่งต่อไปมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง และจะก่อให้เกิดการรัฐประหาร เพราะจะถูกอ้างว่าออกมาเพื่อรักษาความมั่นคง ดูจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากมีการรัฐประหารขึ้นอีก จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ถ้าเป็นเช่นนั้นมีแนวโน้มจะเกิดสงครามกลางเมืองอย่างแน่นอน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญที่ก่อให้เกิดเรื่องนี้ได้ ถ้ากำจัดจุดเชื่อมนี้ไม่ได้ จะกลายเป็นจุดชนวนระเบิด ซึ่งวิธีตัดชนวนระเบิดนั้น คือการแก้ไขปัญหาสองมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นหากคนสองกลุ่มไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พยายามจะทำให้เกิดขึ้น

“อ๋อย”แย้มมีข่าวรัฐประหาร

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ในช่วงหลังกระแสข่าวเรื่องการใช้กำลังปราบปรามมีมากขึ้น มีการเตรียมการเป็นระบบเพื่อสร้างการปราบปราม เช่น ทีวีของรัฐบาลแทบทุกคืนมีเรื่องประเภทสร้างความชอบธรรมปูทางในการปราบ ประชาชน โดยเรื่องที่เอามาพูดเป็นเรื่องระหว่างการพิจารณาของศาล พูดถึงคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท คดีสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม ทั้งที่เรื่องยังไม่มีการตัดสินจากศาล แต่ก็พูดในทำนองว่าผิดแล้ว ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หลายวันผ่านมานี้มีข่าวพูดกันมากถึงการทำรัฐประหาร และได้ทราบข่าวมาจากทหารบางคนและนายตำรวจบางคนว่า มีผู้มีอำนาจในกองทัพบางคนมีแนวคิดทำรัฐประหารและขึ้นบัญชีดำทั้งเสื้อแดง และไม่เสื้อแดง 200 กว่าชื่อ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หากคุมไม่อยู่ก็จะทำรัฐประหารและจะกวาดให้เรียบ เรื่องแบบนี้จริงหรือไม่ต้องถามผู้บัญชาการทหารบก ถ้าไม่จริงก็ต้องรีบออกมาปฏิเสธ และห้ามปรามความคิดของคนเหล่านั้น เพราะจะทำให้เรื่องไปกันใหญ่ ดังนั้น ถ้าหากปล่อยให้เหตุเกิดจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่ใหญ่หลวงที่สุด ดังนั้น รัฐบาลต้องทำให้ความเป็นสองมาตรฐานยุติลง และล้มเลิกความคิดปราบปรามประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง

source : hxxp://www.naewna.com/news.asp?ID=196689

“แดง”ลั่นถวายรายงาน”ในหลวง” แจ้งคนใกล้ชิดรุกป่า เตรียมบุกบ้านองคมนตรีรายตัว ถามเรื่อง”สุรยุทธ์”

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 20 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ประมาณ 80 คน นำโดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่านเจ้าหน้าที่กองรับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เร่งดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยกลุ่มเสื้อแดงได้นำรถปราศรัยเคลื่อนที่มาจอดตั้งหน้าบริเวณประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับปราศรัยโจมตีการทำงานของนายอภิสิทธิ์ ที่ไม่ดำเนินการเอาผิดกับ พล.อ.สุรยุทธ์ โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจู่โจมพิเศษ บก.น.1(ปะฉะดะ) และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หลายสิบนายมายืนควบคุมสถานการณ์

นายอริสมันต์ กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค. แกนนำคนเสื้อแดงจะหารือกันถึงการเดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเบื้องต้นมีแนวโน้มว่าจะเดินทางไป แต่ไม่ใช่การไปเพื่อยึดสนามบิน หรือก่อความวุ่นวาย และจะไม่มีการปิดการจราจร แต่จะไปนั่งแถลงข่าวและชูป้ายอยู่ริมถนน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ชาวโลกเห็นว่า ประเทศไทยไม่มีความยุติธรรมเพราะไม่สามารถดำเนินคดีใดๆกับกลุ่มที่ปิดสนาม บินได้ โดยจะไปเพียง 1 ชั่วโมง ก็จะสลายตัวกลับทันที และกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปก็มีจำนวนไม่มาก ส่วนกิจกรรมการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนั้น หลังจากเดินทางกลับจากการไปชุมนุมที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ในวันที่ 23-24 ม.ค. แล้ว ตนจะนำกลุ่มเสื้อแดงไปชุมนุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อทวงถามความ คืบหน้าคดีปิดสนามบินที่ยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย เปรียบเทียบกับการดำเนินคดีกับตนที่ตำรวจพยายามถอนประกันและออกหมายจับ

จากนั้นจะเดินสายไปบ้านองคมนตรีทุกคนเพื่อสอบถามถึงกรณีการบุกรุถก ที่ดินป่าสงวนของพล.อ.สุรยุทธ์ ว่า องคมนตรีแต่ละคนมีความเห็นอย่างไร โดยจะรวบรวมความเห็นขององคมนตรีทุกคนมาแถลงข่าวให้ทราบ จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงจะยื่นถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ทรงทราบว่าคนใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทฯ กระทำในสิ่งที่ไม่บังควร และไม่สมควรเป็นองคมนตรีต่อไป จากนั้นสังคมจะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของสังคม เพราะเราถือว่าได้ดำเนินการมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

source : hxxp://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263968835&grpid=04&catid=01

กองทัพหวั่นบ้านเมืองแตก เร่งทำความเข้าใจฎีกาแดง

ที่สโมสรทหารบกวิภาวดีรังสิต- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานรับฟังการสรุปผลการปฏิบัติโครงการกู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก และนายทหารระดับผู้บังคับกองพันทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวรัฐบาลได้จัดสรรเงินงบประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้กับ กอ.รมน. ดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งสิ้นสุดในเดือนสิงหาคมนี้

โครงการนี้รัฐบาลกำลังจะอนุมัติงบประมาณให้ กอ.รมน. ดำเนินการต่ออีก 1 ปี แบ่งเป็น 2 ช่วงๆละ 6 เดือน ดังนั้น กองทัพบกจึงเชิญผู้บรรยายพิเศษ คือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล มาบรรยายเกี่ยวกับโบราณราชนิติประเพณี และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ มาบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายและขั้นตอนการถวายฎีกา เพื่อทำความเข้าใจกับผู้บังคับหน่วยกองทัพบก เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงในการไปทำความเข้าใจกับประชาชน อย่างไรก็ตาม การสรุปผลการดำเนินการครั้งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟัง และเข้าไปทำข่าวในสถานที่การประชุมแต่อย่างใด โดยมีสารวัตรทหาร (สห.) เดินทางมาเชิญให้ผู้สื่อข่าวออกจากบริเวณอาคารสโมสรทหารบกที่ใช้เป็นสถานที่ รับฟังผลการดำเนินงาน

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า

การถวายฎีกาจะต้องเป็นไปตามนิติราชประเพณีเดิมที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ถึง 267 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรค 2 พระราชกฤษฎีการะเบียบฯ ถวายฎีกา พ.ศ. 2457 ซึ่งยังบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนประเภทฎีกาที่จะทูลเกล้าได้มี 2 ประเภท คือ ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และฎีกาของพระราชทานความเป็นธรรม หรือที่เรียกว่าฎีการ้องทุกข์ ส่วนฎีกาล้านชื่อที่แกนนำที่โฆษณาให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เข้าร่วมลงชื่อ โดยอ้างว่าได้จำนวนหลายล้านคน น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะต้องยื่นโดย พ.ต.ท.ทักษิณ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือ ญาติพี่น้อง และการที่ฎีกาต้องมิใช่การโต้แย้งคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือว่าต้องห้ามตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรค 2 และพระราชกฤษฎีกาวางระเบียบการทูลเกล้าถวายฎีกาพ.ศ. 2457 รวมทั้งสถานที่ยื่นฎีกาที่กฎหมายกำหนดว่า สถานที่ยื่นฎีกาได้คือเรือนจำ หรือกระทรวงยุติธรรม ดังนั้นการยื่นฎีกาต่อสำนักราชเลขาราชวัง ถือเป็นการยื่นไม่ถูกต้อง ตามขั้นตอนของกฎหมาย ฏีกาดังกล่าวหากเป็นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเป็นฎีกามิชอบด้วยกฎหมายถึง 3 ฉบับ

การพระราชทานฎีกาวางระเบียบการทูลเกล้าฯต้องขอโดยผู้มีทุกข์ และขอในกิจการส่วนตัวของผู้นั้น ฎีการ้องทุกข์ประเภทนี้ ทูลเกล้าฯ ผ่านสำนักราชเลขาธิการ หรือต่อพระองค์เอง หรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ แต่ต้องมีชื่อ ที่อยู่ ผู้ยื่นถวายฎีกา ซึ่งการที่กฎหมายกำหนดเช่นนั้น เพราะก่อนนำความกราบบังคมทูล เจ้าหน้าที่สำนักราชเลขาธิการ และ เลขา ครม. ต้องติดต่อเจ้าตัวผู้มีทุกข์ เพื่อขอทราบข้อมูลรายละเอียด อันเป็นที่มาแห่งทุกข์ เพื่อจะได้แก้ไขได้ตรงจุด แต่ฎีกานี้ คนมีทุกข์ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ยื่นเอง แต่มีผู้หวังดีชวนกันเข้าชื่อเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแทนผู้มีทุกข์เป็นเรื่องแปลก ที่สำคัญผู้ยื่นไม่ใช่ผู้ที่มีความทุกข์จริง แต่เข้าทำนองทุกข์แทน เหมือนคนกลางไปหาหมอ เล่าอาการของผู้ป่วยให้หมอฟัง ฎีกานี้จึงไม่ใช่ฎีการ้องทุกข์ ที่ถูกต้องตามพระราชกฤษฎีกา

ฏีกานี้ยังมีข้อความไม่เหมาะสมหลายประการ อาทิ ระบอบเผด็จการทหารที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข หรือกล่าวตู่พระบรมราชวินิจฉัยว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีทศพิศราชธรรม มีสายพระเนตรยาวไกล ทรงไม่ปล่อยปละละเลยพสกนิกรให้จมอยู่กับความระทมทุกข์ เป็นเวลายาวนานเกินไป ซึ่งความหมายแสดงว่าหากทรงยกฎีกา หรือไม่มีพระบรมราชวินิจฉัยเป็นการปล่อยให้ประชาชนระทมทุกข์ เมื่อจะให้ประชาชนพ้นทุกข์ต้องทรงใช้พระราชอำนาจ พระราชทานอภัยโทษ อันนี้เป็นการตู่พระบรมราชวินิจฉัย ทั้งนี้ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่มุมใด ฎีกานี้จึงไม่ใช่ฎีการ้องทุกข์ ที่ชอบด้วยกฎหมาย และนิติประเพณี

การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง อย่าดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ลงมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง และการยื่นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวนี้ ไม่ว่าจะมีปริมาณคนลงชื่อมากเท่าใดก็ตาม ไม่ได้เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายได้ เพราะการใช้สิทธิตามกฎหมายไมได้ขึ้นอยู่กับปริมาณคน ฎีกานี้จึงเป็นฎีกาการเมือง สิ่งที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ เมื่อฎีกาดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย หากเป็นฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อมีการยื่นผิดขั้นตอนไปยังสำนักราชเลขาธิการ ทางสำนักราชวัง ไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ ต้องส่งเรื่องกลับไปที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเริ่มต้นให้ถูกต้อง ส่วนฎีการ้องทุกข์ไม่ว่าจะทูลเกล้าฯถวายทางใด นอกจากต้องติดต่อเจ้าตัวขอรับข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว สำนักราชเลขาธิการ จะส่งเรื่องไปยังสำนัก เลขาครม. เพื่อสอบถามเจ้าตัวผู้มีทุกข์ และหน่วยงานที่ถูกร้องฎีกาให้ชี้แจง และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปข้อเท็จจริงกับสำนักราชเลขา แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องการเมืองต้องถามความเห็นให้ครบถ้วน แล้วสรุปเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการสั่งการ และทำความเห็นเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัย

เรื่องนี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบโดยตรง เพราะมีหน้าที่ถวายคำแนะนำแด่พระมหากษัตริย์ แม้การพระราชทานอภัยโทษในมาตรา 191 ซึ่งบัญญัติว่า พระมหากษัตริย์จะทรงใช้พระราชอำนาจทุกชนิด ซึ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น พระราชทานอภัยโทษ หรือแก้ไขทุกข์ของราษฎร ที่ต้องให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐปฏิบัติ พระมหากษัตริย์ต้องทรงใช้อำนาจอธิปไตย โดยผ่านทางครม. ซึ่งต้องรับผิดชอบทางการเมือง และ รธน.มาตรา 195 กำหนดไว้ว่า บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการ เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมี รมต.ลงนามรับสนองพระราชโองการ

ดังนั้น นายกฯ หรือรองนายกฯ ที่รับมอบหมายจึงต้องเป็นผู้กลั่นกรอง เรื่องฎีกาทุกชนิดที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ หรือฎีการ้องทุกข์ รวมถึงกราบบังคมทูล ถวายคำแนะนำ และนำพระราชวินิจฉัยมาปฏิบัติ และรับผิดชอบทางการเมือง และกฎหมายแทนพระมหากษัตริย์

รัฐบาลต้องยึดหลักในพระราชกฤษฎีกาวางระเบียบการทูลเกล้าถวายฎีกา คือนายกรัฐมนตรี ในฐานะบังคับบัญชาสำนักราชเลขาธิการ ต้องสั่งการให้ยุติเรื่องตามบทบัญญัติในพระราชกฤษฎีกา ต้องตัดไฟแต่ต้นลมระงับฎีกาที่มิชอบด้วยกฎหมายนี้ ไม่ให้ทูลเกล้าฯ ถวายไปถึงองค์พระประมุข เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองลุกลามจนเป็นภยันตรายต่อสถาบันหลักของชาติ

นอกจากนี้ การถวายฎีกาเสื้อแดงจะระงับลงด้วยวิธีการทางการเมือง 2 ทาง คืออดีตนายกรัฐมนตรี ขอร้องให้แกนนำยุติการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย นิติประเพณี และระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการหักล้างคำกล่าวหาที่ว่าไม่จงรักภักดี เป็นการดำเนินการโดยการกระทำ ซึ่งสำคัญกว่าคำพูด ทั่งนี้เห็นว่านายกรัฐมนตรี ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และนิติธรรม ตาม รธน.มาตรา 3 วรรค 2 กำหนดไว้ และการที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติร่วมกัน ให้นายกรัฐมนตรีระงับการทูลเกล้าถวายฎีกา ที่ขัดต่อกฎหมายนิติประเพณี และระเบียบปฏิบัติ เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตาม รธน.มาตรา 3 และมาตรา 77

การอ้างอิงของอดีตทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่มีใครขอร้อง หรือสั่งการอย่างที่เคยกล่าวหา ด่าทอผม และผู้ใหญ่ ที่คนเคารพนับถือ ในโทรศัพท์ วิทยุ หลายรายการ แต่ผมไม่เคยตอบโต้ เพราะถือหลักว่าสัจจะ ก็คือสัจจะ แต่หากต่อไปจะอ้างอิงอะไร ก็ขอความกรุณาอ้างอิงในเรื่องที่ถูกต้องตามหลักวิชา อย่าอ้างโดยตัดทอนข้อความที่เป็นประโยชน์เฉพาะตน

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการเสร็จสิ้นการสรุปผลการดำเนินงาน ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมามอบนโยบายและแผนการดำเนินการของโครงการนี้ให้กับนายทหารผู้ บังคับหน่วยขึ้นตรงทั่วประเทศรับทราบถึงสภาพปัญหาของไทยในปัจจุบัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อให้ผู้บังคับหน่วยมีความเข้าใจตรงกันในการเข้าไปสร้างความเข้าใจกับผู้ ใต้บังคับบัญชาในแต่ละหน่วย และขยายไปยังประชาชนในทุกพื้นที่หมู่บ้าน

source : hxxp://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090903/74578/กองทัพหวั่นบ้านเมืองแตก-เร่งทำความเข้าใจฎีกาแดง.html

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.