Archive for กุมภาพันธ์, 2010

วางบึ้ม!ศาลฎีกา ระเบิดซีโฟร์หนัก3ปอนด์

เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร แขวงดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล ห่างกันเพียงประมาณ 50 เมตร โดยมีคลองผดุงกรุงเกษมกั้นอยู่ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์

จุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณประตูที่ 3 ด้านข้างมหาวิทยาลัยฯ ฝั่งถนนพระราม 5 ริมคลองผดุงกรุงเกษม ทางพล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.)และคณะ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบโดยกันกลุ่มผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าไปในมหาวิทยาลัย หลังใช้เวลาตรวจสอบความเสียหายนานประมาณ 30 นาที พล.ต.ท.ตรีทศได้เดินทางกลับทันทีโดยกล่าวเพียงว่าไม่มีอะไร เป็นแค่ก้อนหินที่ปาเข้ามา

เอ็ม79: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายจากระเบิดเอ็ม79ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร ซึ่งจุดระเบิดห่างจากทำเนียบรัฐบาลแค่ 50 เมตร เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 13 กุมภาพันธ์

คาดM79-รถยนต์พัง3คัน

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่าที่จุดเกิดเหตุมีรอยถากบนต้นไม้ และแรงระเบิดทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในได้รับความเสียหาย 3 คัน ได้แก่ รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ซอ 9810 กทม., รถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ทะเบียน ชศ 2050 กทม, และรถเก๋งโตโยต้าโคโรลล่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 8ง-6331 กทม.

มีรายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ไม่น่าจะเป็นการปาก้อนหิน ตามที่ ผบช.ส.กล่าว แต่น่าจะเป็นการยิงด้วยเอ็ม 79 โดยมุ่งที่จะยิงเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แต่ผิดเป้า

ลอบวางระเบิดศาลฎีกา

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายประคอง มหาเนตร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(รปภ.)ประจำศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวงได้พบสายไฟถูกเทปกาวพันโดยรอบติดกับกล่องบรรจุน้ำผลไม้ชนิดหนึ่ง วางอยู่สนามหญ้า หน้าศาลฎีกา ฝั่งที่ติดกับคลองหลอด ระหว่างเดินตรวจตราพื้นที่ตามปกติ จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สน.ชนะสงคราม มาตรวจสอบ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด มาตรวจสอบก่อนใช้ปืนแรงดันน้ำ ยิงทำลายเพื่อตัดวงจร เบื้องต้นพบว่า เป็นระเบิดชนิดซีโฟร์ น้ำหนักประมาณ 3 ปอนด์ รัศมีทำลาย 50 เมตร และมีการต่อวงจรพร้อมทำงานทันที

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นบริเวณที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปอย่างเด็ดขาด สำหรับชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดทั้งหมด เจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่กองพลาธิการ เพื่อตามหาตัวคนร้ายต่อไป

เตรียมแถลงข่าวจันทร์นึ้

ต่อมานายเชวง ชูศิริ เลขานุการศาลฎีกา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจได้เก็บกู้ระเบิดไปแล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นระเบิดชนิดใด ซึ่งต้องรอพิสูจน์เสียก่อนและไม่พบวัตถุสงสัยเพิ่มเติม ทั้งนี้เชื่อว่า คนร้ายคงโยนมาจากข้างรั้วคลองหลอด

นายเชวง เผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้รายงาน นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกาและ นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม ทราบแล้ว ทางประธานศาลฎีกา ได้สั่งการ ให้เพิ่มความระมัดระวัง ใครมีหน้าที่อะไรให้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเข้มงวด นอกจากนี้อาจจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้

เลขานุการศาลฎีกา กล่าวต่อว่า สาเหตุการวางระเบิดว่า ไม่ทราบไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 7.6 หมื่นล้านบาท ที่จะพิพากษาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หรือไม่ เพราะจุดที่วางระเบิด ห่างจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คนละฝั่งกัน อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาอยู่ในที่สว่าง ต้องเพิ่มความระมัดระวัง อาจต้องมีการประชุมหารือในวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ก่อนถึงกำหนดวันพิพากษา คาดว่าต้องเพิ่มกำลังตรวจสายตรวจ และฝ่ายสืบสวน รปภ.ศาลให้เข้มข้นขึ้น

ด้านอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวว่า ไม่ทราบเหตุที่เกิดขึ้นเพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และคงไม่สามารถตอบแทนองค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ได้ว่ารู้สึกหวั่นไหว หรือไม่ เพราะไม่ใช่องค์คณะ

“สันติบาล”ชี้มีบึ้มถึง8จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีเหตุมือดีปาระเบิด เอ็ม 79 เข้าไปในโรงเรียนพาณิชย์พระนครใกล้ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นได้มีเหตุลอบวางระเบิดข้างศาลฎีกา มีรายงานข่าวว่าทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้แจ้งเตือนก่อนหน้านี้ว่าจะมีเหตุรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงก่อนจะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเป็นการกระทำเพื่อหวังก่อกวนให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใดอย่างแน่นัด

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าระหว่างนี้จะมีการลอบวางระเบิดในจุดสำคัญ ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ทั่วกรุงเทพมหานครประมาณ 8 จุด ไม่ว่าจะเป็นลานพระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม อนุสาวรีชัยสมรภูมิ อนุสาวรีประชาธิปไตย เป็นต้น ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจสันติบาลจัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหว และเฝ้าระวังเหตุการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด

แดง ป่วนมาร์ค:กลุ่มเสื้อแดงชูตีนตบพร้อมตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีด้วยถ้อยคำหยาบคายระหว่างที่นายกฯกำลังร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ ณ วัดหลวงพ่อโอภาสี ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553

เสื้อแดงตามเล่นงานนายกฯ

เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเททองหล่อหลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์จำลอง และยกช่อฟ้าอุโบสถ ณ วัดโอภาสี ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. แต่ก็ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงตามมาขับไล่ถึงภายในวัด โดยกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 30 คน มาดักรอนายกรัฐมนตรีที่ฝั่งตรงข้ามประรำพิธีก่อนนายกฯจะมาถึง

พระครูสุทธิญาณโอภาส เจ้าอาวาสวัดโอภาสี ได้เข้าไปขอร้องกลุ่มเสื้อแดงให้อยู่ในความสงบ อย่าได้สร้างความวุ่นวายระหว่างประกอบพีธี ซึ่งแกนนำเสื้อแดงก็รับปากว่าจะไม่ก่อความเดือดร้อน แต่จะขอปักหลักชุมนุมอยู่ที่เดิม และเมื่อขบวนรถของนายกรัฐมนตรีมาถึง กลุ่มผู้ชุมนุมได้ชูตีนตบร้องตะโกนโจมตีเสียงดัง กระทั่งขบวนรถพ้นไป

จากนั้นเวลา 14.05 น. ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีและสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานฝ่ายสงฆ์ กำลังทำพิธีเททองหล่อหลวงพ่อพระพุทธโสธรองค์จำลอง นานประมาณ 8 นาที กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนมายืนประจันหน้านายกฯในระยะใกล้ และเปิดฉากตะโกนด่า ท่ามกลางการอารักขาเข้มของหน่วยปฎิบัติการพิเศษ ตั้งแนวป้องกันไว้ถึง 2 ชั้น ทั้งยังเตรียมพื้นที่สำหรับจอดเฮลิคอปเตอร์และรถยนต์สำรองหากเกิดเหตุการณ์ ฉุกเฉิน เพราะเกรงว่ากลุ่มเสื้อแดงจะปิดถนน เนื่องจากบริเวณทางเข้าออกวัดคับแคบ อย่างไรก็ตามหลังเสร็จพิธีนายกรัฐมนตรีสามารถเดินทางกลับออกจากวัดได้อย่าง ปลอดภัยตามเส้นทางเดิมในเวลาประมาณ 14.40 น.

ปลอมตัววิ่งการกุศลเล่นงาน

ก่อนหน้านี้เวลา 05.50 น. ที่สวนหลวง ร.9 นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานงานเดิน-วิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ดอนบอสโก มินิมาราธอน เพื่อการศึกษาครั้งที่ 8 มีผู้ร่วมงานนับพันคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากผู้มาร่วมงานสวมทั้งเสื้อแดงและชมพู จึงทำให้ยากต่อการสกรีนบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก สุดท้ายจึงเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มเสื้อแดง ประมาณ 5 คน เล็ดลอดเข้ามาปะปนกับบรรดานักวิ่งและเมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการปล่อย ตัวนักเดินและนักวิ่งที่จุดสตาร์ท กลุ่มคนเสื้อแดงในนาม “แดงบางนา” ทั้ง 5 คน ก็ได้ยกหัวใจสีแดงที่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยู่ตรงกลาง ชูขึ้นตบ พร้อมทั้งตะโกนว่า “นายกฯ พวกเรามาต้อนรับ” ซึ่งตำรวจได้เข้าไปประกบและกันบุคคลเสื้อแดงทั้งหมดให้ออกไปอยู่ด้านนอก แต่ยังคงมี 2 สามี-ภรรยา ที่สวมเสื้อแจ๊คเก็ตแดงบางนา ไม่ยอมออกไป ยังคงปักหลักยืนชูหัวใจสีแดง แต่ไม่ได้ได้ตบหัวใจหรือส่งเสียงตะโกนแต่อย่างใด

“มาร์ค”ใจเย็นไม่สนเสื้อแดง

ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าสวนหลวง ร.9 บริเวณประตู 5 ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณจุดปล่อยตัวนักวิ่ง กลุ่มคนเสื้อแดง ประมาณ 10 คน ได้นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงมาปักหลักปราศรัยโจมตีนายกรัฐมนตรีอย่างต่อ เนื่อง โดยมีตำรวจจาก สน.ประเวศ ประมาณ 10 นาย ตรึงกำลังดูแลพร้อมกับนำรถยกมาขวางบริเวณประตูทางเข้า ส่วนด้านในเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจล บก.น.4 ประมาณ 20 นาย พร้อมโล่และกระบองได้ตั้งแถวป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

อย่างไรก็ตามได้มีประชาชนที่มาร่วมเดิน-วิ่ง และเป็นฝ่านสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ได้ไปเกาะรั้วอยู่ด้านใน พร้อมตะโกนต่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงกลับเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนของนายกรัฐมนตรี หลังจากปล่อยตัวนักวิ่งมินิมาราธอนแล้ว ก็ได้ร่วมเดินการกุศล ระยะทาง 2.4 กิโลเมตร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส แต่ในช่วงขากลับเมื่อต้องผ่านจุดที่กลุ่มเสื้อแดงปราศรัยโจมตีอยู่ นั้น นายกรัฐมนตรีก็มีสีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย พร้อมฟังการปราศรัยโจมตีของคนเสื้อแดง

นายกฯชี้วางบึ้ม!แค่สร้างข่าว

กระนั้นก็ตามนายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ว่าได้รับรายงานเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้ามายังบริเวณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร แขวงดุสิต แล้ว ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งคนร้ายคงต้องการมุ่งให้เป็นข่าว จึงต้องมีความเข้มงวดมากกว่าเดิม

“ตัวพาณิชย์พระนครคงไม่น่าจะเป็นพื้นที่เป้ามาย แต่กรณีของทำเนียบรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นเป็นเรื่องที่เราทราบอยู่แล้ว”นายกรัฐมนตรีย้ำ และว่าไม่ได้หวั่นวิตกอะไร

เมื่อถามว่าสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นถึงเวลาจะพิจารณาใช้กฎหมายพิเศษ แล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่พิจารณานำกฎหมายพิเศษมาใช้ แต่เราก็ได้เตรียมการทั้งหมดเอาไว้แล้วอย่างไรก็ตามในส่วนการดูแลรักษาความ ปลอดภัยบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลก็จะ ต้องเข้มข้นขึ้น

ย้ำทหารตร.ไม่ใส่เกียร์ว่าง

เมื่อถามว่าในส่วนของกองกำลังต่างชาติและกองกำลังติดอาวุธได้มีการตรวจสอบ ความเคลื่อน ไหวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรวจสอบทุกอย่าง ทั้งเรื่องอาวุธ เรื่องการเคลื่อนไหวทางการเงิน เท่าที่ตรวจพบก็ไม่ได้เกิดการคาดหมายเอาไว้ ว่าในเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคมจะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้

เมื่อ ถามว่า ขณะนี้การปฏิบัติงานทั้งฝ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเป็นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เมื่อถามย้ำว่าปัญหาที่ตำรวจปล่อยเกียร์ว่างอย่างกรณีเหตุการณ์ เม.ย. 52 จะยังมีอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรายืนยัน เพราะได้มีการประชุมร่วมกันทุกหน่วย ก็มีความเข้าใจกันดี มีการแบ่งหน้าที่กันทำ

ไม่ทิ้งพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น.นาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวในรายการ”เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ซึ่งบันทึกเทปไว้ตั้งแต่วันที่13 กุมภาพันธ์ มีสาระสำคัญคือ ชี้แจงการทำงานของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าขอตั้งใจทำงานให้กับทุกคน แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างแต่ก็ไม่ควรทำอะไรที่นอกเหนือกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า แม้จะมีกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มต่างๆเคลื่อนไหวก็ไม่ได้ทำให้รัฐบาลเสียสมาชิ แต่ประการใด โดยเฉพาะคดีความของกลุ่มต่างๆ รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซง เพราะศาลท่านจะเป็นผู้พิจารณา รัฐบาลทำได้คือการดูแลความปลอดภัยให้ผู้พิพากษาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่

ทั้งยังยืนยันว่าเมื่อผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ยังทำงานพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ไม่เขี่ยพรรคร่วมพ้นจากรัฐบาล ตามที่หลายฝ่ายสงสัย

เทือกบอกเป็นสัญญาณที่ไม่ดี

เย็นวันเดียวกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่าเหตุวางระเบิดต่างๆ รวมทั้งที่ข้างศาลฎีกา ถือเป็นสัญญาณที่ไม่มี เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ประสงค์ร้าย คิดจะสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง จึงต้องหาทางแก้ไขต่อไป

เมื่อถามว่า จะให้ความชัดเจนการทำงานของผู้พิพากษาที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์สิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าศาลไม่หวั่นไหว ผู้พิพากษาทุกคนรับภาระในการชี้ผิดชี้ถูกมาตลอดชีวิต การที่มีคนไปข่มขู่คุกคามคงไม่ทำให้ท่านหวั่นไหวได้

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะได้เฝ้าระวังดูแลอย่างต่อเนื่อง และในการประชุมครม.วันอังคารนี้คงต้องมีการประเมินสถานการกัน

ให้ตำรวจเพิ่มความเข้มข้น

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวว่าจากเหตุการที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์และ ได้สั่งการให้พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.เน้นการตรวจอาวุธ และสิ่งผิดกฎหมาย ให้เพิ่มความระมัดระวังที่ตั้งของสถานที่ทางราชการ สถานที่ตั้งสาธารณูปโภค บ้านพักบุคคลสำคัญ เพื่อป้องกันการกระทำของบุคคลที่ไม่หวังดี

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เช่นกันเพราะ เป็นช่วงที่ใกล้ถึงวันสำคัญที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ กระนั่นก็ตาม 10วันจากนี้ไป จะมีการระดมตำรวจทุกหน่วยเข้ามาช่วย และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลผู้ต้องสงสัยให้แจ้งตำรวจทันที

กองทัพ-กอ.รมน.พร้อมขยับ

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่มีคำสั่งรัฐบาลหรือคำร้องขอจากตำรวจให้ทหารเข้าไปดูแล สถานการณ์ภายหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นมา ดังนั้นก็ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังใช้กฎหมายปกติคุมสถานการณ์หากตำรวจประสานมาหรือทางรัฐบาลสั่งให้ ทางกอ.รมน.ทำอะไร เราถึงจะแอ็คชั่น โดยเรามีแผนที่เตรียมไว้ในการรักษาพื้นที่และอารักขาบุคคลสำคัญอยู่แล้ว

เสธ.แดงชี้คนบึ้มยังมือไม่ถึง

วันเดียวกัน พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ว่าตนไม่สามารถตอบอะไรได้เกี่ยวกับเหตุการระเบิดภายใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แต่ขอบอกได้เลยว่าคนที่ทำมือยังไม่ถึง ถ้ามือถึงต้องยิงถึงทำเนียบรัฐบาล

ถ้าจะพูดแบบตลกพวกที่กระทำนี้เป็นพวกโนแบรนด์ ถ้าเป็นของเสธ.แดง ต้องมีการโฆษณาล่วงหน้าและบอกวิธีการใช้ บอกวันเวลาในการใช้ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการกระทำของรัฐบาลก็ได้ หรือทหารทำเพื่อหาเรื่องปฏิวัติ ทหารสามารถทำได้หมดเพื่อหาเรื่องปฏิวัติ หากรัฐบาลทำก็จะโทษฝ่ายค้าน

พล.ต.ขัตติยะ กล่าว และว่าสำหรับส่วนการลอบวางระเบิดทีเอ็นที.บริเวณข้างศาลฎีกานั้น ก็คงโยนฝ่ายค้านหรือทหารทำเองเพื่อหาเหตุผลปฎิวัติ

พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวว่า สำหรบกองทัพแดงวันนี้ กระจายอยู่ทั่วประเทศไม่สามารถควบคุมได้เพราะมีทั้งการ์ด และนักรบดำ ในทุกจังหวัดซึ่งมีความชำนาญในการใช้อาวุธทุกคน เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้จะเข้ามาจองกฐินเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ยี่ห้อเสธ.แดง ต้องระเบิดเท่านั้น

ดักคอรัฐบาลทำเองแล้วโยนฝ่ายค้าน

พล.ต.ขัตติยะ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีวางระเบิดที่ศาลฎีกานั้น กู้ง่ายนิดเดียว ตนคิดว่า รัฐบาลเป็นฝ่ายกระทำเพื่อใส่ร้ายฝ่ายค้านและกองทัพแดงว่าพวกมึงเป็นพวกป่วน เมืองไม่หวังดีต่อประเทศชาติ เพื่อใส่ร้ายไม่ต้องการให้ตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6หมื่นบ้านบาท

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดวันนี้คือพวกทหารทำ เพราะองค์กรทหารคิดจะปฎิวัติทุกวินาที

เสธ.แดงอธิบาย และว่ายังมีขบวนการหมั่นไส้นายกรัฐมนตรี เห็นได้จากมีการขับเก็งปวดขบวนนายกฯซึ่งคนเหล่านั้นกล้าที่จะพลีชีพ

ก.ก.ม.บี้”เทือก”ไขก๊อก

นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่(ก.ก.ม.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางด้านการเมืองความมั่นคงขณะนี้โดยรวมว่า ยังน่าเป็นห่วง และรัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน เนื่องจาก มีความพยายามล้มรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีมือที่สองมือที่สามจ้องผสมโรงอยู่ด้วย

ทั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ ขอแสดงความเห็นใจต่อนายกฯที่ถูกคุกคาม ซึ่งพรรคการเมืองใหม่เห็นว่า รัฐบาลต้องเข้มแข็ง บริหารบ้านเมืองให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นจริง จับคนร้าย ผู้ละเมิดกฎหมายมาดำเนินคดีได้จริง ๆ

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวเสริมว่า ขอประนามพวกที่ยิงเอ็ม 79และวางระเบิดที่ศาลฎีกา ซึ่งพวกนี้ เป็นขบวนการเดียวกันกับที่ยิงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และคิดว่าต้องเป็นฝีมือของคนมีสีทั้งนี้อยากให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พิจารณาตัวเองเพราะความมั่นคงล้มเหลวซ้ำซาก ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ รวมทั้งต้องจัดระเบียบข่าวกรองใหม่

นายสุริยะใส ยังแนะนำไปถึงกลุ่มเสื้อแดงให้ชุมนุมหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์เพราะจะไม่ได้ไม่ถูกมองว่า กลุ่มเสื้อแดงทำเพื่อทักษิณ กรณีที่ศาลจะตัดสินคดียึดทรัพย์ 26 กุมภาพันธ์นี้

ณัฐวุฒิโชวเช็คโอนให้ป๋า

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ยืนยันว่ากลุ่มเสื้อแดงไม่ได้รับเงินพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อใช้ในการเคลื่อนไหว ที่รัฐบาลกล่าวหาว่าเราไปรับเงินใครนั้นก็ขอให้เอาหลักฐานมาแสดง

นายณัฐวุฒิ ยังแถลงว่า ตนได้ติดตามเส้นทางการเงินของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อยู่ในตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พบว่า พล.อ.เปรมได้มีความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลชั้นนำในสังคม กลุ่มทุน กลุ่มธุรกิจใหญ่ในประเทศไทยมากมาย หลายบริษัทหลายองค์กร และพล.อ.เปรมก็ยังดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้วย ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงเคยถามไปว่าได้รับเงินเดือนจากตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ แต่ก็ไร้คำตอบ ดังนั้นตนจึงนำหลักฐานมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพราะประชาชนต้องการคำอธิบายจาก พล.อ.เปรมว่า เงินดังกล่าวนั้นเป็นค่าอะไร และเหมาะสมหรือบังควรหรือไม่ต่อสถานะที่พล.อ.เปรมดำรงอยู่ในปัจจุบัน

พล.อ.เปรมคบหาผู้คนมากมาย ซึ่ง 1 ในนั้นคือกลุ่มทุนที่ใช้นามว่า “คณะ11″ ประกอบด้วยบุคคลเช่น ม.ล.ตรีทศยุทธ เทวกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เทวา สตูดิโอ จำกัด, นายชาตรี โสภณพนิช ธนาคารกรุงเทพ, ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เครือดุสิตธานี และนางกัลยาณี พรรณเชษฐ์ ประธานบริษัทเอ็มเอ็มซี สิทธิผล

ใบละ1.8ล้านจำนวน2ใบ

และว่า นางกัลยาณีได้จ่ายเช็คของธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวหมากให้กับพล.อ.เปรม 2 ใบ ใบละ 1.8 ล้านบาท โดยใบแรกคือเช็คเลขที่ 3745366 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2546และใบที่ 2 คือเช็คเลขที่ 3748879 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2547 ซึ่งทั้ง 2 ใบถูกสั่งจ่ายจากบัญชีของนางกัลยาณี เลขที่ 1803028669 และว่าไม่ทราบว่ามีการจ่ายแบบนี้มานานหรือยังรวมถึงจ่ายต่อเนื่องมาจนถึง วันนี้หรือไม่

นายณัฐวุฒิ ยังตั้งคำถามไปยัง พล.อ.เปรม มากมาย และโยงไปถึงเรื่องที่พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ถูกพาดพิงที่สร้างบ้านรุกล้ำบึงน้ำสาธารณะของหมู่บ้านปัฐวิกรณ์ 2 อีกด้วย

แจงเป็นเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ

พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพเรือ ในฐานะนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนำหลักฐานเป็นเช็ค 2 ใบ จำนวน 3.6 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นเงินที่ภาคเอกชนโอนให้ พล.อ.เปรม โดยอ้างว่าเป็นเงินค่าตอบแทนที่ปรึกษานั้น ตนเองยืนยันว่าตั้งแต่ติดตาม พล.อ.เปรม จนถึงปัจจุบันไม่มีเรื่องดังกล่าว แต่อาจเป็นเงินบริจาคให้กับมูลนิธิรัฐบุรุษ และนำไปใช้สำหรับสาธารณประโยชน์เท่านั้น

สุเทพยันเด้งผบช.ภ.2ไม่เกี่ยวกับการเมือง

นายสุเทพ เทือกสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีการโยกยายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ว่า เป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของตำรวจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจผู้ธรภาค 2 ถือเป็นการตอกย้ำว่า การเมือง เข้ามาแทรกแซง องค์กรตำรวจ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ไปทำอะไรเขาเลย และการโยกย้ายไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง ถ้าไม่มีความถูกต้องและไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา หลักการ สตช.สามารถดำเนินการเองได้
ถามว่า เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า การประชุมก.ตร.ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ตนจะสอบถามในที่ประชุมว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาอย่างไร เท่าที่ตนทราบมีเรื่องร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี เมื่อเรื่องไปถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ท่านมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานตรวจคือ พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุลชร อดีตรอง ผบ.ตร.ซึ่งรู้เรื่องตำรวจดีและมีความรู้

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=431583&lang=T&cat=

สหรัฐวอนไทย-กัมพูชาลดความตึงเครียดปัญหาชายแดน

วีโอเอ นิวส์ ของสหรัฐ รายงานว่า สก็อต มาร์เซียล รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอาเซียน กล่าวระหว่างเยือนกรุงพนมเปญของกัมพูชาเป็นวันสุดท้ายเมื่อวานว่า สหรัฐเป็นมิตรที่ดีกับทั้งกัมพูชาและไทย และรู้สึกกังวลต่อปัญหาตึงเครียดระหว่างสองประเทศนี้ จึงหวังว่าทั้งสองรัฐบาลและสองผู้นำจะพยายามทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อลดความตึง เครียด และเริ่มหาแนวทางสันติเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้นายมาร์เซียลได้เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวาน เพื่อเจรจากระตุ้นให้ทั้งไทยและกัมพูชาแก้ไขความขัดแย้งเรื่องชายแดนพิพาท ที่ยืดเยื้อนาน 19 เดือน ทำให้มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 8 นาย และส่งผลต่อการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างสองประเทศ
สำหรับความเห็นของนายมาร์เซียลต่อปัญหาขัดแย้งไทยและกัมพูชา มีขึ้นในวันเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซ็น ของกัมพูชา ประกาศว่าจะนำเรื่องที่ไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชาขึ้นร้องเรียนต่อศาลโลก หลังเพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนจุดชนวนให้เกิดการโต้ คารมกันระหว่างสองฝ่าย ผู้นำกัมพูชาระบุว่าไทยล่วงล้ำดินแดนโดยรอบปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลกตัดสินเมื่อปี 2505 ให้เป็นของกัมพูชา และความอดกลั้นของกัมพูชามาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว นอกจากนั้นเขาจะขอให้สหประชาชาติเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องพรมแดนด้วย

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=431579&lang=T&cat=

ส.ส.เพื่อไทยรับเตรียมขนคนมาร่วมเสื้อแดง

นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาระบุว่าอาจจะมีความรุนแรง จากการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่าการแสดงออกของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลอย่ามองข้าม และกล่าวหา เพราะการชุมนุมของประชาชนโดยสงบและปราศจากอาวุธ ถือเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ และสาเหตุที่คนเสื้อแดงจะชุมนุม ก็เพื่อเรียกร้องคงามยุติธรรมและความไม่เป็นสองมาตรฐานในบ้านเมืองเท่านั้น

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=431585&lang=T&cat=

พท.เตรียมเอาทรัพย์สินทักษิณคืนมื่อได้เป็นรัฐบาล

นาย มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตผู้พิพากษาหัวหน้า-คณะในศาลฎีกา กล่าวถึงเรื่องคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า
ต้องมองไปข้าง หน้า ยึดได้ก็ไปเอากลับคืนมาได้ โดยใช้มติมหาประชาชน ซึ่งหลังการเลือกตั้งเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเอาทรัพย์สินคืนมาทั้งหมด แต่ไม่ใช่การออก
พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม เพราะถ้าทำในรูปนี้ เท่ากับว่าเป็นการยอมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิด โดยกระบวนการที่จะทำนั้น ได้พูดคุยกันไว้แล้ว

ด้าน นายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของพ.ต.ท.-ทักษิณ จะเอาไปได้อย่างไร ถ้ายึดไปก็จะเอากลับคืนมาได้ เพราะเคยมีตัวอย่างแล้ว เช่น จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ที่ต่อมาภายหลัง ก็เอาทรัพย์สินคืนได้บางส่วน ซึ่งกระบวนการทำได้หลายอย่าง แม้ศาลจะตัดสินไปแล้ว เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=431548&lang=T&cat=

‘เฉลิม’จ้องล้างขั้ว’สุดารัตน์’แบ่งโซนกทม.ใหม่

เมื่อเวลา13.30น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ห้องทำงานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทย ว่า เรื่องนี้ได้จบลงในพรรคแล้วและจะไม่ขอพูดเรื่องนี้อีก เมื่อที่ประชุมพรรค เห็นด้วยให้ตนทำหน้าที่ประธาน ส.ส.และเป็นหัวหน้าทีมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ แค่นี้ทุกอย่างก็จบ

ผมมันเป็นดาวฤกษ์มีแสงในตัวเองแต่อาจไม่มาก ไม่เหมือนกับบางคนที่ทำตัวเป็นดาวเคราะห์ที่คอยต้องพึ่งแสงสว่างจากดาวอื่น เรื่องนี้จบแล้ว จะไม่มีการพูดกันอีก

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนตัวได้มีการเสนอให้พรรคเพื่อไทยมีการจัดการบริหารเขตพื้นที่ กทม.ใหม่โดยไม่อยากให้มีใครคุมอำนาจเพียงคนเดียว เพราะ กทม.ใหญ่เกินกว่าที่คนคนเดียวจะดูแลได้ จึงเสนอให้แบ่งคนดูแลทั้งในฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร ถ้าพรรคจะเห็นด้วยว่าอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่พรรคจะมีความเห็นอย่างไร

ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่เสนอแบบนี้เพราะตนไม่ต้องการให้มีการแบ่งกลุ่มแบ่งก๊วนกันเกิดขึ้นในพรรค เพราะถ้าใครอยากจะสมัครเป็น ส.ส.ก็ควรให้ที่ประชุมผู้บริหารพรรคเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับอำนาจของคนคนเดียว อย่างเช่น ถ้าตนเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม.ฝั่งธนบุรีการคัดเลือกผู้สมัครในส่วนนี้ตนก็ต้องเสนอให้ที่ประชุม พิจารณา ไม่ใช่ใช้อำนาจตัดสินใจคนเดียว

วันนี้พวกเราจะทำสงครามไม่ควรมารบกันเอง ต้องจัดทัพอย่าแตกแยก แบบนี้มันเสียของ แค่เรารบกับพรรคประชาธิปัตย์ก็จะตายอยู่แล้ว และทุกอย่างจบแล้วไม่ต้องคุยกันอีกแล้วเพราะเราได้ข้อสรุปแล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ยืนยันอีกว่า ส่วนเรื่องลูกนั้นก็ขอประกาศไว้เลยว่าจะไม่ให้ลงสู่สนามเลือกตั้ง กทม.เด็ดขาด แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็เป็นอีกเรื่อง เพราะต้องอยู่ในภูมิลำเนาในพื้นที่นั้น 5 ปี ถึงจะมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพรรคจะตัดสินใจเพราะตนไม่ใช่คนที่ต้องการสร้างความแตกแยก แม้ว่าจะมีคนๆเดียวที่ไม่ต้องการให้ลง

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ต้องมีการต่อสายกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณเพราะท่านทักษิณไม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า แล้วมีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องต่อสายคุยกับคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า

ใคร สุดารัตน์ไหน เป็นใครต้องไปต่อสาย ไปคุยไม่ได้เดี๋ยวติดคุก เพราะเขาเล่นการเมืองไม่ได้

source : hxxp://www.komchadluek.net/detail/20100204/47092/เฉลิมจ้องล้างขั้วสุดารัตน์แบ่งโซนกทม.ใหม่.html#source_video

ทีวีไทยแข่งเดือดผุดถึงพันช่องรัฐจี้วางเกณฑ์ทีวีดาวเทียม-ห่วงกระทบผู้บริโภค

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา “อนาคตสื่อวิทยุและโทรคมนาคม ใครจะอยู่…ใครจะไป? ภายใต้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฉบับใหม่” จัดโดยสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าหลังจากร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ….(พ.ร.บ.กสทช.) มีผลบังคับใช้ จะกำหนดกระบวนการและระยะเวลาการสรรหา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใน 180 วัน หรือกลางปี 2554 จะเกิด กสทช. มาจัดสรรคลื่นความถี่

ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เหลือแค่ 3 คนนั้น ถือว่ายังมีบทบาทเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งเรื่อง 3 จี ที่รัฐบาลเห็นชอบเต็มที่ให้เดินหน้าโครงการต่อ รวมทั้งการให้ใบอนุญาตชั่วคราวในกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ ซึ่งขณะนี้ได้หลักเกณฑ์ร่างกิจการเคเบิลทีวีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการเรื่องหลักเกณฑ์กิจการโทรทัศน์ดาวเทียม จึงควรดำเนินการทันที เพราะปัจจุบันมีทีวีดาวเทียมเกิดใหม่กว่า 100 ช่อง ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กระทบต่อผู้บริโภคอย่างมากในช่องที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ

ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นบีซี กล่าวในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคทีวี 1 พันช่อง” ว่าตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์นี้ มีการประกาศตัวเปิดช่องทีวีดาวเทียมไปแล้ว 25 ช่อง จากเดิมที่สมาคมโทรทัศน์ดาวเทียม (ประเทศไทย) ประเมินว่าทั้งปี 2553 จะมีช่องทีวีดาวเทียมเปิดใหม่ 30-40 ช่อง แต่ถึงขณะนี้เชื่อว่าจะมีถึง 100 ช่อง

อุตสาหกรรมทีวีไทยจะได้เห็นทีวี 1 พันช่องแน่นอน หากดูจากจำนวนผู้ประกอบการเคเบิลทีวีต่างจังหวัด 500 ราย หากทุกรายมีช่องรายการท้องถิ่นรายละ 1 ช่อง จะมีช่องรายการผ่านเคเบิลทีวี 500 ช่อง และยังมีอินเทอร์เน็ตทีวี อีกไม่ต่ำกว่า 40-50 ช่อง

นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่าปัจจุบันมีขยายตัวของทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจำนวน มาก เนื่องจากเป็นสื่อใหม่ที่เจาะกลุ่มผู้ชมเฉพาะ และมีกฎหมายรองรับ การแห่เข้าลงทุนจำนวนมากของผู้ประกอบการทำให้ธุรกิจดังกล่าวกำลังเข้าสู่ สภาพการแข่งขันรุนแรง และหากไม่มีคอนเทนท์ที่ดีจะกลายเป็นช่องรายการ “ขยะ” ไม่มีคุณภาพ

source : hxxp://www.komchadluek.net/detail/20100204/47250/ทีวีไทยแข่งเดือดผุดถึงพันช่องรัฐจี้วางเกณฑ์ทีวีดาวเทียมห่วงกระทบผู้บริโภค.html

แดงกว่า 4 ร้อยคนบุกโรงเรียนนายเรือ

กลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 400 คนเดินทางมาที่หน้าโรงเรียนนายเรือ ถนนสุขุมวิท ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อยืนหนังสือแถลงการณ์ขอให้ทหารหยุดการเคลื่อนไหว พร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงต่อทหารกล้าเพื่อเป็นการผู้มิตรที่ดี โดยมี นายพีระ พริ้งการ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม คลื่น 97.25 เม็กกะเฮิด เป็นแกนนำในการเคลื่อนกำลังพลคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มีการนำ ส.ค.ส. ที่มีรูปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือถาดใส่ขนมโดนัส ที่มีขอความอวยพรปีใหม่เขียนด้วยรายมือมีใจความว่า

ขอส่งความสุขจากแดนไกลมายังพี่น้องไทยทุกท่าน ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ผมและครอบครัว ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมถวายฎีกาฯ ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณทุกท่านและแผ่นดินไทย

ลงชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
ด้านโรงเรียนนายเรือ จัดส่งนายทหาร 3 นาย ประกอบด้วย นาวาเอก อภินันท์ รัชสมบัติ นาวาเอก ธิติกร แดงรักสกุล และนาวาเอก บรมรัตน์ ศุภนาม เป็นตัวแทนผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ออกมารับหนังสือแถลงการณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยมีการวางกำลังนักเรียนนายเรือ และกำลังทหารเรือรักษาการณ์อยู่ภายในโรงเรียนนายเรือ และมีการนำโซ่มาคล้องล๊อกประตูทางเข้า-ออกโรงเรียนนายเรือ ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปภายใน แต่เหตุการณ์ผ่านไปอย่างสงบ
ทั้งนี้ นายพีระ พริ้งการ แกนนำคนเสื้อแดงขึ้นประกาศอ่านแถลงการณ์ผ่านเครื่องขยายเสียงเป็นที่เรียบ ร้อยได้นำหนังสือแถลงการณ์มามอบให้นายทหารทั้ง 3 ท่าน ที่เป็นตัวแทนผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ พร้อมมอบดอกกุหลาบสีแดงให้นายทหารเป็นเรียบร้อยใช้เวลาในการรวมตัวและอ่าน แถลงการณ์ประมาณ 3 ชั่งโมง ก่อนสลายตัวเดินทางกลับโดยไม่มเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ป.ป.ช.ฟัน “เสนาะ” ฮุบที่ธรณีสงฆ์

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช.แถลงผลการประชุมป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมป.ป.ช.ได้พิจารณากรณีการกล่าวหา นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กับพวก ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจดทะเบียนโอนมรดกและโอนสิทธิขายที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมามิการามวรวิหาร จ.ปทุมธานี จำนวน 732 ไร่ โดยมิชอบ และละเว้นไม่ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินโดยมิชอบดังกล่าว สมัยเป็นรมช.มหาดไทย เมื่อปี 2533 โดยจากการไต่สวนข้อเท็จจริง มีประเด็นต้องพิจารณาว่า ที่ดินตามพินัยกรรมดังกล่าว เป็นที่ธรณีสงฆ์หรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาและเห็นว่า ที่ดินของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ตกเป็นของวัดและเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายเสนาะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้วัดรับมรดกที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 ต่อมาวัดได้ขายที่ดินดังกล่าวให้ 2 บริษัท ซึ่งการขายที่ดินดังกล่าว จากการตรวจสอบปรากฏว่า บริษัททั้งสองแห่งมีนางอุไรวรรณ เทียนทอง ถือหุ้นอยู่ 3 แสนหุ้น มูลค่า 30 ล้านบาท นายวิทยา เทียนทอง ถือหุ้นอยู่ 1.5 แสนหุ้น มูลค่า 15 ล้านบาท นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ ถือหุ้น 1.5 แสนหุ้น มาตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2533 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายเสนาะจะไม่อนุญาตให้วัดรับที่ดินที่ได้มาตาม พินัยกรรม ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ดำเนินการดังกล่าวของนายเสนาะ เป็นการกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือฝืนใจผู้อื่น ให้หามาให้ซึ่งประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แต่เนื่องจากความผิดตามมาตรา 157 ได้ขาดอายุความไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2548 จึงให้ส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 148 ต่อไป

source : hxxp://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=430737&lang=T&cat=

“ทส.จิ๋ว”ชี้ข่าวนั่งผบ.สส.กปช.เรื่องตลก

พล.ท.เชวงศักดิ์ ทองสลวย นายทหารคนสนิทของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (กปช.) ว่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องโจ๊คเกอร์ ไม่รู้ว่าอยู่ๆ พล.อ.พัลลภ ออกมาพูดเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่ตนอยู่กับพล.อ.ชวลิต พล.อ.ชวลิตยึดแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง หรือมีแนวคิดในการใช้กองกำลัง หรือเป็นการตั้งกองทัพประชาชนอย่างที่มีข่าวออกมา ไม่รู้ว่าข่าวนี้ออกมาได้อย่างไร เชื่อว่า พล.อ.ชวลิต ยังไม่ทราบเรื่อง

« หน้าที่แล้ว
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.